าะคิกคักดังขึ้นจากด้านล่างเวที
ไม่มีการพูดคุยทักทายอะไร เฉินเหล่ยไม่สนใจที่จะทำความรู้จักกับผู้ชม เพราะเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่ง
เขากระแอมกระไอก่อนจะเริ่มดีดกีตาร์แลh;เปล่งเสียงร้องใส่ไมโครโฟน
“ฟ้ามืดคล้อย ดวงจันทร์คือแววตาอันเหงาหงอย คอยมองเหล่าคนนอนไม่หลับอยู่เงียบๆ…”
เสียงเสนาะหูดังก้องร้าน
ผู้ชมด้านล่างเวทีจิบค็อกเทล พลางดื่มด่ำกับบรรยากาศอย่างเงียบเชียบ
“เพราะมาก”
“ไม่เหมือนต้นฉบับเลย แต่ก็มีกลิ่นอายคล้ายๆ กัน”
“เฉินเหล่นเป็นแบบนี้แหละ จะร้องเพลงอะไร ก็กลายเป็นสไตล์ตัวเองหมด ฟังแล้วรู้สึกผ่อนคลาย แต่ถ้าตั้งใจฟังดีๆ จะรู้สึกเศร้าขึ้นมาหน่อยๆ”
“ดีมากเลย”
ชายที่ดูมีอายุหน่อยยกเครื่องดื่มขึ้นจิบขณะมองออกไปยังบรรยากาศมืดสลัวด้านนอกผ่านผนังกระจก ไม่รู้ว่าแสงสลัวนั่นทำให้เขานึกถึงความทรงจำอะไรขึ้นมาได้
จู่ๆ เขาก็หันกลับมามองแก้วในมือด้วยแววตางุนงง
“มีอะไรเหรอ” เพื่อนผู้หญิงที่มาด้วยกันถาม
ชายคนนั้นยกเครื่องดื่มขึ้นจิบอีกรอบ
“เหล่านี่…ของแท้รึเปล่า”
หญิงสาวหัวเราะ “ถามบ้าอะไรเนี่ย ร้านนี้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย จะมาหลอกขายเหล้าปลอมให้เธอได้ไง”
เขาส่ายหัว “เธอไม่เข้าใจ สมัยนี้หลายๆ ร้านเอาเหล้าปลอมเทใส่ขวดเหล้ายี่ห้อแพงๆ ส่วนเหล้าแพงๆ เอาไปเทใส่ขวดเปล่าเก็บไว้ แล้วเอาเหล้าถูกๆ มากรอกใส่ขวดแพงๆ แทน พอเอามาชงเป็นค็อกเทล คนก็แยกกันไม่ค่อยออกแล้ว
“แต่นี่ก็ไม่ใช่เหล้าปลอมหรอก เป็นของราคาถูกลงม