าหน่อย เหล้าปลอมกินแล้วจะปรี๊ดขึ้นหัว เข้าปากแล้วอาจถูกหามส่งโรง’บาลได้ แต่เหล้าราคาถูกลงมาหน่อยจะให้รสชาติที่ต่างกันในปาก แต่สุดท้ายก็ลงท้องเหมือนกันหมด”
หญิงสาวหันไปมองอย่างไม่ค่อยจะเชื่อนัก “แยกออกด้วยเหรอ”
เขาหัวเราะ “แยกออกสิ จะเหล้าเกือบพันหยวนหรือหลักร้อยต้นๆ ถึงจะเป็นเหล้าเหมือนกันแต่รสชาติย่อมแตกต่างกัน ไม่อย่างนั้นทำไมต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อกินของแพงด้วยล่ะ
“คนที่พอรู้เรื่องเหล้าจะแยกออก”
เขาเอียงแก้วไปมาเบาๆ ก่อนจะหันมองเฉินเหล่ยที่กำลังยืนร้องเพลงอยู่บนเวที “ร้านนี้น่าสนใจดี เดี๋ยวไว้วันหลังชวนเพื่อนเก่ามาสังสรรค์กันที่นี่”
…
ตรงเคาน์เตอร์บาร์
หม่าหยางจิบเครื่องดื่มไปพร้อมๆ กับดูการแสดงของเฉินเหล่ย เขาอดรู้สึกตื้นตันใจขึ้นมาไม่ได้ “เหมือนว่า… เขาจะร้องเก่งกว่าพี่จริงๆ ด้วย”
จางหยวนตอบกลับอย่างถ่อมตัว “ใช่แล้ว น้องหม่าเพิ่งจะฟังออกเหรอ”
หม่าหยางส่ายหน้าอย่างซื่อตรง “ฟังไม่ออกหรอกพี่ แต่ตอนพี่ร้อง ไม่เห็นมีคนมารอฟังเยอะขนาดนี้ ไม่มีคนสั่งเครื่องดื่มดื่มเยอะขนาดนี้ด้วย แต่ตอนนี้ทุกคนตั้งใจฟังกันสุดๆ…”
จางหยวน “…น้องหม่า เห็นแก่แก้วนี้ที่พี่ชงให้ หยุดพูดทำร้ายจิตใจกันสักที”
หม่าหยางเลวมาก เฉินเหล่ยเสียงฟ้าประทานขนาดนี้ ทำไมยังเอามาเปรียบเทียบกับเขาอยู่ได้
“แล้วจะจ่ายเงินเขายังไงดี”
หม่าหยางถามอย่างจริงใจ
สัปดาห์ก่อน หลังจากได้ยินเสียงร้องของจางหยวน เฉินเหล่ยก็รู้สึกมั่นอกมั่