้นไปร้องเพลงอย่างเต็มที่ไม่มีขาด แต่ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร ถึงจะช่วยเพิ่มบรรยากาศให้ร้านได้ แต่ก็เพิ่มได้ไม่มาก
พอเวลาผ่านไป เขาก็เริ่มร้องเพลงน้อยลงเรื่อยๆ คืนนี้ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เขาอยากขึ้นเวที
จางหยวนไม่พูดพล่ามทำเพลง เขาปรับเครื่องสายก่อนจะเริ่มร้องเพลง
ชายหนุ่มไม่ได้ร้องเพราะปานนักร้อง แต่ก็ถือว่าเสียงใช้ได้ทีเดียว จะให้นักร้องประจำบาร์ร้องเพลงไม่เพราะได้ยังไง
เสียงทุ้มแหบห้าวดังก้องไปทั่วร้าน
ที่ผ่านมาจางหยวนร้องแต่เพลงร็อกหนักหน่วง แต่เขาก็ตระหนักได้ว่าลูกค้าดูจะไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมด้วยสักเท่าไหร่
ดังนั้นเขาเลยเปลี่ยนไปร้องเพลงช้าแทน
อย่างน้อยก็ไม่ทำให้บรรยากาศร้านดูอึดอัด
หม่าหยางจิบเครื่องดื่มเคล้าไปกับเพลงของจางหยวน ตาหันมองออกไปนอกหน้าต่าง
ตอนนั้นเองเขาก็สังเกตเห็นเงาตะคุ่มๆ ยืนอยู่ด้านนอกผนังกระจก ดูเหมือนเงานั่นจะกำลังลังเลใจอยู่ตรงประตู
ตอนนี้มืดมากแล้ว ไฟในร้านสว่างกว่าด้านนอก ทำให้คนด้านนอกมองเข้ามาเห็นทุกอย่างในร้านได้อย่างชัดเจน แต่คนจากด้านในมองออกไปเห็นสภาพข้างนอกได้ไม่ค่อยชัดนัก
แต่หม่าหยางก็มั่นใจว่าเห็นคนยืนอยู่ด้านนอก และกำลังเดินไปเดินมาอยู่ตรงประตู
“ลูกค้าใหม่เหรอ
“ถ้ากำลังลังเลก็แปลว่ายังมีโอกาสอยู่!”
หม่าหยางตื่นเต้นขึ้นมาทันที
ถึงตอนนี้ชายหนุ่มจะเป็นผู้จัดการกลางของร้านอินเทอร์เน็ตโมหยู แต่ใครบอกว่าเขาไม่มีสิทธิ์ไปพูดชวนลูกค้าให้ลองเข้ามาใช้บริการ
จะเป