เจียงฉางเชิงประหลาดใจในวิถีเซียนตอนนี้ ยิ่งกวาเกา เขาต้องทำความเข้าใจวาที่นี่คืออนาคตที่ไกลเพียงใด เขามองเงารางผมขาวภายในวัดกอนจะถามอีกครัง “ขอ บังอาจถาม วิถีเซียนในตอนนี้ไมมีใครพลิกสถานการณ์ได้เลย จริงๆ หรือ แลวมรรคาจารยเลา เงารางผมขาวได้ยินเซนนั้นภก็สั่นไปทั้งตัว เขาหันหน้ามา ชาต ฺผิวหนาแหงราวกับเปลือกไม ดวงตาเป็นสีโลหิต ดวงตา ทั้งสองข้างก็เหมือนกับสิ่งมีชีวิตอื่นที่พบระหวางทาง เฉยชาไร้ประกาย‘มรรคาจารย์หรือ นั่นเป็นเพียงตำนานที่พิสูจน์ไมได้ หากมรรคาจารยมือยูจริงและยินดีชวยวิถีเซียน วิถีเซียนภ็คง ไมถึงทางตัน ฺทุกสรรพชีวิตของโลกนับล้านๆ ใบถูกเซนไหว้ โลหิต ฝนโลหิตตกลงมาเกาลานปี เคยเห็นมรรคาจารย ปรากฏตัวบ้างหรือไม”เงารางผมขาวพูดเนิบนาบ เสียงแหบสันแฝงไวดวย อารมณ์ความรู้สึกที่ไมยอมจำนนอันแรงกล้า เผชิญหนากับสายตาของอีกฝ่าย เจียงฉางเชิงคิดโดย จิตใต้สำนึกวาตนเองในอนาคตคงจะถูกเหนี่ยวรั้งไว้ จึงดูแล วิถีเซียนไมได้ เขาเกิดความรู้สึกละอายใจขึ้นมา ไมรู้วา จะปลอบอยางไร ในตอนนีเอง รูปปั้นหินเบื้องหน้าเงารางผมขาวก็เกิดรอยร้าว รอยแตก ลุกลามไปอย่างรวดเร็ว แคชั่วพริบตาก็แผคลุมไปทั่วทั้งรูปปั้นหนเจียงฉางเชิงจองมอง รูปปั้นหินนั้นไมใชเขา และก็ ไม่ใชคนที่เขารู้จัก เดียวกอนนะ! ดูจากรูปรางแลวก็พอจะคุนฺตา เจียงฉางเชิงพลันนึกออก ตอนนันที่เขาเดินทางไปที่วิถี เซียนยุ ค. โบราณและยกโลกหนึงไป ภก็เคยพบกับเงารางลึ