กลับคนผูนันปลอยใหเขาพลิกดานอดีตและอนาคต แตก็ เตือนเขาวาอยาทำเซนนี้อีก อีกฝ่ายเหมือนจะเป็นมรรคาจารย์ของวิถีเซียนยุค โบราณ ที่แท้ที่นี่ก็ไมใชอนาคต แตเป็นอดีต เมื่อนึกได้ดังนั้น เจียงฉางเซิงก็ถอนหายใจโลงอก วิถี เซียนยุคโบราณไมเหลืออยูแลว ทุกอยางเป็นชะตากรรม แต หากที่นี่เป็นอนาคตของวิถีเซียนที่เขาอยู่ เซนนั้นเขาก็อาจจะ คิดมาก กระทั่งอาจจะยิ่งทำยิ่งเละเทะกวาเดิม เงารางผมขาวหันไปมองรูปปั้นหินแตกราว เขานิงเป็น ทอง ไมรู้ร้อน เขาสูความเงียบ พายุทรายยังคงพัดมาตลอด แตกลับบดบัง ความอ้างว้างของโลกนี้มิได้ เจียงฉางเชิงหยุดมองอยูครูหนึง สุดทายก็ตัดสินใจ เดินทางตอ ในเมื่อมาแลวก็ตองไปดูวาวิถีเซียนยุคโบราณ เผชิญหนากับอะไร เหตุใดถึงหายไปเดินออมตรงวัดมา หินทรายบนพืนเริมนุมขึน แตสายลม ก็แรงขึนเชนกัน สายลมที่นี่เย็นเฉียบขูดรีดวิญญาณ แม้แตเจียงฉางเชิงก็ ยังรู้สึกทรมาน “ที่นี่คือที่ใดกันแน”ภายในใจเจียงฉางเซิงเต็มไปดวยความหวาดกลัว เขา รู้สึกได้วาที่นี่ไมใชโลกของวิถีเซียน ที่นี่อบอวลไปด้วยไอมรณะ ไมอาจดูดซับได้ ไมอาจขับเคลื่อนได้ ทั้งยังกัดกินจิตวิญญาณตลอดเวลาเมือพายุทรายแรงขึน เจียงฉางเชิงก็มองไมเห็นแลว แผ พลังจิตออกไปก็ไมได้ อยู่ที่นี่เขาก็เหมือนกับสิ่งมีชีวิตทั่วไป ความรู้สึกเซนนี้ ไมดีสำหรับผู้บำเพ็ญเชียนเอาเสียเลย มินาผู้ยิ่งใหญ่วิถีเซียน เหลานั้นถึงอยูในสภาพนาเวทนา เบื้องหน้าคืออะไรกันแน. เจียงฉางเซิงร