หลังก้าวสู่ขั้นพรหม พวกบรรพจารย์เสวียนถีก็ยังไม่สูญเสียเป้าหมายไป แต่ดำดิ่งลงสู่ห้วงความลี้ลับของขั้นพรหม ในช่วงเวลานี้ พลังของพวกเขาพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว เริ่มเป็นขั้นพรหมที่แท้จริงแล้วบรรพจารย์เสวียนถีรู้แจ้งอภินิหารพลิกผันอดีตและอนาคต ผู้บรรลุแห่งดาวเหนือ มหาเถระกษิติครรภ์และราชันมรรคานิพพานก็ไม่น้อยหน้ากัน พรหมทุกคนล้วนแผ่ความมั่นใจอันแรงกล้าออกมาพวกเขารุดหน้าไปสมรภูมิรบ ไม่นานพลังอำนาจคุกคามที่แก่กล้ายิ่งกว่าก็แผ่เข้ามา มองไปจากทั่วทุกมุมสุดขอบเขตแดนเซียนพรหม ห้วงสุญญตาจะถูกแสงเรืองรองเจ็ดสีส่องสว่าง ราวกับว่าสุดเขตจักรวาลอยู่เบื้องหน้า ตรงนั้นคือสุดขอบเขตที่ปุถุชนไม่อาจจินตนาการได้อริยอัครจักรพรรดิโลภนิมิตที่อยู่ไกลในส่วนลึกของห้วงสุญญตาพลันเลิกคิ้วขึ้น นางลุกขึ้นยืนจากบัลลังก์หิน เผยสีหน้าแปลกใจ“ไม่นึกเลยว่าชะตาเร้นจะมีตัวตนเช่นนี้ด้วย น่าสนใจมิน่าถึงต้องมีค่ายกล ดูแล้วที่นี่คงจะเป็นสถานที่สำ คัญของชะตาเร้น”อริยอัครจักรพรรดิโลภนิมิตยกมือขวาขึ้นกำหลวมๆ ป้ายคำสั่งชิ้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาในมือนาง นางท่องอะไรบางอย่างจากนั้นแววตาก็เปลี่ยนไป… ภายในตำหนักเมฆาม่วงเจียงฉางเซิงนั่งบนบัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคา เริ่มครุ่นคิดถึงคำถามข้อหนึ่งนั่นคือจากนี้จะไปผ่านด่านเคราะห์ที่ใดเมื่อก่อนทุกครั้งที่บรรลุขั้นก็มักจะเป็นการลองโดยไม่รู้เขาจะต้องให้ความสำ คัญกับการผ่านด่านเคราะห์เป็นอันดับแรก ไม่