รพรรดิเซียนกลับตื่นตะลึง เพราะวิชาของขั้นพรหมนั้นช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนักการหายไปของศัตรูจำ นวนมากทำให้พวกเขาขนหัวลุกถงเสวี่ยก็ยังอยู่ในการต่อสู้ ศัตรูพลันหยุดชะงัก กายเนื้อสลายเป็นผุยผงอย่างรวดเร็ว นางเห็นก็ยังนิ่งอึ้ง ภายในม่านตาของนางยังสะท้อนเป็นสีหน้าที่หวาดกลัวของศัตรู“หรือว่า…”ดวงตางามของถงเสวี่ยมองไปที่เหล่าขั้นพรหมผู้แข็งแกร่งเกินต้านที่อยู่ไกลออกไปอริยราชันผู้หนึ่งพลันโจมตีเข้าใส่ผู้บรรลุแห่งดาวเหนือทว่าผู้บรรลุแห่งดาวเหนือรู้ตัวก่อน ขณะที่เขาจะเข้าประชิดนั้นก็ถูกผู้บรรลุแห่งดาวเหนือกระแทกฝ่ามือเข้าที่หน้าอกฝ่ามือนี้กระแทกดวงวิญญาณของอริยราชันออกจากร่างอริยราชันยังมองด้วยสีหน้าที่เหลือเชื่อผู้บรรลุแห่งดาวเหนือโบกมือพาวิญญาณเขาไป ก่อนจะใช้มือซ้ายคว้าไปอีกครั้ง เก็บกายเนื้อเข้าไปในกวาน แปรเปลี่ยนเป็นปิ่นหยกอันหนึ่งภาพนี้สร้างความหวาดผวาแก่ฝ่ายมรรคาอริยะยิ่งนักผู้แข็งแกร่งอย่างอริยราชันยังไม่อาจต่อกรได้เลย!ผ่านไปไม่นานนัก กองทัพมรรคาอริยะก็เหมือนจะได้รับคำสั่งใหม่ เริ่มทยอยกันถอยทัพ สิ่งมีชีวิตเร่ร่อนเหล่านั้นก็หนีตามไปด้วย ฝ่ายวิถีเซียนไม่ได้ไล่ตามไป แต่มองส่งพวกเขากลับไป“พวกเจ้าเห็นอะไรบ้างหรือไม่”“ไม่ แต่เมื่อครู่นี้ข้ารู้สึกขนลุกอยู่ตลอดเลย”“ใช่ เหมือนถูกบางสิ่งที่น่ากลัวจ้องมอง”“ความต่างระหว่างเซียนทองเอกเทวะกับพรหมช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ”“ข้าล่ะแปลกใจนัก ศัตรูเมื่อครู่น