าอี้ฉวินเขียนประสบการณ์ทำงานไปตามจริงอย่างที่หวงซื่อปั๋วแนะนำ จริงๆ ก็ไม่มีเรื่องให้เขียนมากนัก ทำให้ประวัติส่วนตัวของเขาไม่ค่อยมีอะไร
หลังจากตรวจดูประวัติส่วนตัวเสร็จ เผยเชียนก็รู้สึกพึงพอใจ
จากสถานการณ์ในปัจจุบัน โต๊ะของหวงซื่อปั๋วช่วงนี้ก็ว่างอยู่ ถึงจะรับหม่าอี้ฉวินเข้ามาก็ไม่น่ามีอะไรต่างไปจากเดิม ให้เจ้าเด็กอมมือนี่ได้เดินเล่นในออฟฟิศคงไม่ได้ส่งผลเสียอะไรกับเขา
แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เผยเชียนไม่ค่อยพอใจ
นั่นก็คือการศึกษาของอีกฝ่าย!
หวงซื่อปั๋วจบจากมหาวิทยาลัยธรรมดาทั่วไป แต่หม่าอี้ฉวินจบสาขาภาษาจีนจากหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำสิบอันดับต้นของประเทศ ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมมากสำหรับงานวางเนื้อเรื่อง
นอกจากนั้น การที่อีกฝ่ายเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยระดับนี้ได้ก็บ่งบอกชัดเจนว่าน่าจะฉลาดไม่เบา
พอเห็นว่าบอสเผยดูประวัติส่วนตัวของตัวเองเสร็จแล้ว หม่าอี้ฉวินก็หยิบเอกสารอีกปึกออกมา “บอสเผยครับ นี่คือเรื่องสั้น เรียงความ และนิยายที่ผมเคยเขียน ลองดูได้นะครับ”
หืม
มีอะไรไม่ถูกต้อง!
เผยเชียนระแวดระวังขึ้นมาทันที เขาหยิบปึกงานเขียนขึ้นมาอ่านอย่างรวดเร็ว ใบหน้าบ่งบอกอารมณ์อันสับสนปนเป
หม่าอี้ฉวินดูหวั่นๆ
เขากลัวว่าบอสเผยจะไม่รับเขาเข้าทำงานเพราะไม่เห็นว่ามีความสามารถพิเศษอะไร จึงถ่ายเอกสารงานเขียนทั้งหมดที่เคยเขียนไว้ตอนเรียนมหาวิทยาลัยและตอนที่ทำงานที่เก่า โดยหวังว่าจะได้คะแนนพิเศษจากบอสเผย
ตาม