งไรการตั้งชื่อก็ต้องใช้หัวคิด หัวหน้าหลิวจึงไม่ได้กดดันหม่าอี้ฉวินมากนัก
ด้วยเหตุนี้หวงซื่อปั๋วจึงทนไม่ไหวและลาออกมา
ส่วนหม่าอี้ฉวินยังลังเลและคิดดูก่อน เขาคิดดูก่อนอยู่หลายเดือน
“ซื่อปั๋ว ทำไมคล้ำลง” หม่าอี้ฉวินนั่งลงแล้วสังเกตเห็นว่าผิวของหวงซื่อปั๋วคล้ำลงเล็กน้อย
“จริงดิ น่าจะเพราะช่วงนี้ทำงานข้างนอกบ่อยเลยดำขึ้นมั้ง” หวงซื่อปั๋วยื่นเมนูให้ “ฉันสั่งกาแฟมาแล้ว นายอยากกินอะไรก็สั่งเลย ฉันเลี้ยงเอง”
“ทำงานข้างนอกเหรอ”
หม่าอี้ฉวินหยิบเมนูขึ้นมาสั่งลาเต้โดยไม่ได้คิดอะไรมาก
พอได้ยินที่หวงซื่อปั๋วพูด เขาก็ตกใจเล็กน้อย
ไม่เห็นจะเคยได้ยินว่างานพัฒนาเกมต้องทำงานข้างนอกเลย…
“อ๋อ ฉันลืมบอกนาย ฉันไม่ได้ทำงานในวงการเกมแล้ว ตอนนี้หันมาทำซีรีส์ตอนสั้นของตัวเอง นายเคยดูซีรีส์เรื่องชีวิตประจำวันของบอสเผยมั้ย เรื่องนั้นแหละที่เรากำลังถ่ายกันอยู่” หวงซื่อปั๋วอธิบาย
หม่าอี้ฉวินเบิกตากว้าง
“พวกนายเป็นทีมสร้างซีรีส์เรื่องชีวิตประจำวันของบอสเผยเหรอ โห! ช่วงนี้ซีรีส์นี่โคตรดังเลย ฉันดูทุกตอนเลยเว้ย! นายอยู่ฝ่ายไหน เขียนบทเหรอ หรือฝ่ายฉาก ทำไมไม่เป็นนักแสดงรับเชิญอะไรงี้ล่ะ”
หวงซื่อปั๋วหัวเราะ “ฉันแสดงไม่เก่ง ชั้นทำ…. ไม่ค่อยอยากเจาะจงเท่าไหร่ เอาเป็นว่าต้องวิ่งไปนั่นไปนี่ น่าจะเป็นหุ้นส่วนแหละมั้ง”
“เจ๋งเลย เหมือนนายจะเจอวงการที่เหมาะกับตัวเองแล้วนะซื่อปั๋ว ดีใจด้วย” หม่าอี้ฉวินรู้สึกดีใจกับหวงซื่อปั๋ว