จริงๆ
“ฉันว่านายก็ทำได้เหมือนกัน นิยายนาย…”
หม่าอี้ฉวินโบกไม้โบกมือแล้วพูดขึ้นขัดหวงซื่อปั๋ว “โอ๊ย อย่าพูดถึงเรื่องนั้นเลย”
เขาสังเกตดูหวงซื่อปั๋วอีกรอบแล้วพบว่านอกจากจะดูดีขึ้นแล้วยังมีชีวิตชีวาขึ้นมาก
“เหมือนสองสามเดือนที่ผ่านมานายจะได้ทำอะไรเยอะแยะเลยนะ นายดูเปลี่ยนไปเยอะเลย เล่าซิทำอะไรมาบ้าง”
ไม่นานกาแฟก็มาเสิร์ฟ
หวงซื่อปั๋วยกกาแฟขึ้นจิบ “คุยเรื่องนายก่อนดีกว่า ที่บริษัทเป็นไงบ้าง”
“จะเป็นไงล่ะ ก็เหมือนเดิม หดหู่ใกล้เฉาตายแล้วเนี่ย” หม่าอี้ฉวินดูจะรู้สึกไม่ค่อยดี
พอได้เจอเพื่อนที่ร่วมทุกข์มาด้วยกัน หม่าอี้ฉวินก็เลิกข่มความรู้สึกแล้วเริ่มบ่นออกมา
“ช่วงที่ผ่านมาไม่รู้หัวหน้าหลิวเป็นบ้าอะไร เขายืนกรานจะให้ขายดาบที่จะเพิ่มเข้าเกมใหม่แปดร้อยแปดสิบแปดหยวน!
“ประเด็นคือดาบไม่ใช่ของหายากอะไร ถ้าเป็นของลิมิเต็ดมีแค่ชิ้นเดีว ฉันก็โอเคด้วยแหละ แต่นี่มีเป็นร้อยแล้วจะขายตั้งแปดร้อยแปดสิบแปดหยวน นายว่าบ้าป้ะ
“สุดท้ายหัวหน้าหลิวก็ไม่ยอมลดแม้แต่หยวนเดียว จะขายที่แปดร้อยแปดสิบแปดหยวนให้ได้
“หลังจากนั้นเราก็รู้ว่าเขาหมกมุ่นกับเกมฐานทัพกลางทะเล คิดว่าถ้าปืนกิเลนเพลิงขายราคานี้ได้ ดาบเราก็ต้องขายได้!
“สุดท้ายพอปล่อยอัปเดตไป ผู้เล่นก็รุมด่ากันตามคาด!
“บอสเรียกหัวหน้าหลิวไปด่าชุดใหญ่ ขนาดนั่งอยู่ที่โต๊ะยังได้ยินเสียงดังออกมาจากห้องประชุมเลย…”
………………………….
[1] ชื่อหม่าตู๋เปียว (马騳骉) มีแต่ตัวอักษรที่แป