ละหม่าหยางเดินขึ้นไปนั่งลงตรงโต๊ะตัวหนึ่งบนชั้นสอง สีหน้าพวกเขาดูเคร่งเครียด
จางหยวนหยิบปากกาออกมาจดคำนวณเลข
“ค่าเช่าเดือนละสามแสนหนึ่งหมื่นห้าพันหยวน
“ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าวัตถุดิบและของใช้ตกอย่างต่ำเดือนละหมื่น
“เงินเดือนพนักงานเดือนละประมาณหกหมื่นหยวน
“แสดงว่าแค่เราเปิดร้านไปเฉยๆ ก็มีรายจ่ายอยู่ที่สี่แสนหยวนต่อเดือน!
“เรายังมีเงินลงทุนตั้งต้นค่าคอมพิวเตอร์ ค่าอุปกรณ์ ค่าตกแต่ง ค่านั่นค่านี่รวมทั้งหมดสองล้านหยวน
“รายรับสามวันที่ผ่านมาเอาไปสู้ร้านกาแฟเล็กๆ พื้นที่ประมาณสิบกว่าตารางเมตรยังไม่ได้เลย ถ้าปล่อยไปแบบนี้…
“ไม่ต้องพูดถึงเรื่องคืนทุน แค่เดือนเดียวก็ขาดทุนไปสามแสนหยวนแล้ว…”
ได้ฟังที่จางหยวนคำนวณ ใบหน้ายาวใหญ่ของหม่าหยางก็ซีดลง
นี่…เกินจริงไปหน่อยไหมนะ
แต่ถ้าดูจากสองสามวันที่ผ่านมา ตัวเลขดังกล่าวก็ฟังดูสมเหตุสมผล
ลูกค้าเข้าร้านน้อยเกินไป!
คอมพิวเตอร์หลายสิบเครื่องในร้าน ไม่ต้องให้ถึงกับเต็มทุกเครื่องหรอก อย่างมากแถวเดียวก็มีคนนั่งแค่หนึ่งคน!
แถมยังไม่ได้นั่งกันนานด้วย
ส่วนร้านกาแฟสถานการณ์ดีกว่าเล็กน้อย มีลูกค้าเข้าเยอะกว่า
แต่หลายคนก็สั่งกาแฟแค่แก้วเดียวแต่นั่งแช่ทั้งวัน ไม่ได้จ่ายเงินให้ร้านเยอะเท่าไหร่นัก
ที่แย่ที่สุดคือ ถึงจะเป็นแบบนั้น แต่โซนคาเฟ่ก็ยังมีที่ว่างอีกครึ่ง บ่งบอกชัดเจนว่ากิจการย่ำแย่เหลือเกิน!
ช่วงดึกไม่ได้มีคนเข้ามาสั่งเหล้ากันเยอะอะไร ถึงจางหยวนจะขึ้นไปร้องเพล