ือขึ้นถาม “บอสเผยคะ หนูว่ารูปแบบมันจะออกมาเหมือนนิยายมากกว่า! แต่ถ้าผู้เล่นต้องเดินวนไปมาไม่จบสิ้นแบบนี้จะไม่น่าเบื่อแย่เหรอคะ”
น่าเบื่อเหรอ
ยิ่งดีสิ!
นั่นแหละที่ฉันต้องการ!
แต่คำถามของหลินหวานก็ทำให้เผยเชียนสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซ่อนเร้นอยู่
หรือ…แค่นี้จะยังไม่พอ
ถ้าเกมน่าเบื่ออย่างเดียวอาจจะทำให้คนเลิกเล่นไม่ได้
ถ้าเกิดมีคนชอบเลือกตัวเลือกไปเรื่อยๆ ทนความน่าเบื่อได้ แล้วดันติดใจเกมขึ้นมาล่ะ
เผยเชียนคิดหนัก
“รู้แล้ว”
เผยเชียนนึกไอเดียดีๆ ขึ้นได้ “ใส่เสียงพากย์เข้าไปในเกมด้วยแล้วกัน!”
“เสียงพากย์เหรอคะ” หลินหวานกะพริบตา เธอไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
การใส่เสียงพากย์เข้าไปในเกมไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ส่วนใหญ่มักจะใส่แค่ในแอนิเมชันตอนเริ่มเกม
ถ้าใส่เสียงพากย์เข้าไประหว่างเล่นเกมด้วย จะทำให้ผู้เล่นไม่รู้สึกเข้าถึงตัวเกม
เผยเชียนหัวเราะ
ทำไมเขาถึงอยากเพิ่มเสียงพากย์เข้าไปน่ะเหรอ
ชายหนุ่มต้องการจะกันไม่ให้ผู้เล่นรู้สึกอินกับตัวเกมจะได้เล่นต่อไม่ได้!
ไม่ใช่แค่นั้น เขาตั้งใจจะใส่ประโยคด่าทอเข้าไปในบทสนทนา ให้เสียงพากย์คอยเยาะเย้ยผู้เล่น เอาให้โกรธจนหัวร้อน!
พอโกรธที่โดนเย้ยหยันมาจะได้เข้าไปถล่มรีวิวแย่ๆ ไม่แนะนำให้คนอื่นมาเล่น สร้างชื่อเสียงแง่ลบให้ตัวเกม เมื่อเป็นอย่างนั้น เกมก็น่าจะค่อยๆ หายไปเอง
ลองคิดดูสิ ทุกครั้งที่ผู้เล่นเลือกตัวเลือกก็จะมีเสียงด่าจากระบบ
เป็นเกมที่คอยด่าผู้เล่น!
โคตรฮาเลย!