อไม่ได้สังเกตเลยว่าคนรอบตัวหายไปทีละนิดจนเส้นทางขั้นบันไดหินนี้เหลือแค่นางผู้เดียว… ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร เทพธิดาเซียวเหอลืมตาขึ้นก็พบว่าตนเองมาถึงวิหารใหญ่ที่สว่างและกว้างโล่งข้างหน้าวางเบาะนั่งทรงกลมเรียงราย มีผู้แสวงมรรคาหลายคนนั่งอยู่ นั่นคือผู้ยิ่งใหญ่อันดับต้นๆ อย่างเช่นปฐมาจารย์หมื่นพุทธกับเจ้าลัทธิคุนหลุนนางเห็นเงาร่างของมรรคาจารย์นั่งอยู่บนบัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคาที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นบัลลังก์เทพสูงสุดของวิถีเซียน ทางซ้ายและขวาแบ่งออกเป็นมู่หลิงลั่วและไป๋ฉี ส่วนไป๋หลงเผยร่างเดิม กำลังขดตัวอยู่บนบัลลังก์เทพนางรีบละสายตากลับมา เริ่มหาเบาะนั่ง“เซียวเหอ มาแถวหน้า นั่งตรงหน้าข้า”เสียงของไป๋ฉีดังแว่วมา นี่คือวิชากระแสจิต มีเพียงนางที่ได้ยินเทพธิดาเซียวเหอลังเลอยู่ชั่วครู่ แต่ก็ยังเลือกที่จะเดินมาแถวหน้าผู้แสวงมรรคาตื่นขึ้นมาเยอะขึ้น จากนั้นก็หาเบาะนั่งที่เหมาะสมกับตนเองแล้วนั่งลงใบหน้าของเจียงฉางเซิงถูกรัศมีเทพบดบัง เขากำลังพิจารณามองเทพธิดาเซียวเหอ ซึ่งนางก็ไม่รู้สึกตัวเลยว่าเขากำลังมองมาผู้ที่ตื่นเป็นคนสุดท้ายก็คือซูอิ๋น จักรพรรดิเซียนทุกคนต่างก็ประหลาดใจในตัวเขา ตบะของเจ้าเด็กนี่ต่ำเตี้ยมาก แต่เลือดลมและกายเนื้อแข็งแกร่งมาก ไม่สมเหตุสมผลยิ่งนักจนเมื่อผู้แสวงมรรคาทั้งหมดนั่งลง เจียงฉางเซิงถึงได้เอ่ยขึ้น “ทุกท่านเป็นตัวแทนพลังอันดับต้นๆ ของวิถีเซียน ข้าคาดหวังเป็นอย่างย