“คนผู้นั้นคือผู้ใดกัน สหายนักพรตเคยพบเห็นหรือไม่”นักพรตผู้สวมเสื้อคลุมขนนกคนหนึ่งเอ่ยถามเซียนหญิงที่เพิ่งเดินลงมาจากแท่นเหินสู่เบื้องบน สายตาของเขาจับจ้องอยู่บนร่างของซูอิ๋นที่อยู่ไกลๆ ซูอิ๋นนั่งสมาธิอยู่กลางท้องฟ้าโลหิตและลมปราณหมุนวนรอบร่างก่อเกิดเป็นพายุ เกิดปรากฏการณ์อันตระการตาบนท้องฟ้าบริเวณนั้นเซียนหญิงเหลือบมองแล้วส่ายหน้าเบาๆ “ไม่เคยพบมาก่อน คนผู้นี้น่าจะอายุยังไม่มากนัก ระดับขั้นก็ไม่นับว่าสูงมาอยู่ที่แดนเซียนพรหมได้อย่างไรกัน”นักพรตเสื้อคลุมขนนกหัวเราะ “อาจเป็นทายาทในแดนเซียนพรหมของจักรพรรดิเซียนสักคนก็ได้ ถึงจะมีแค่จักรพรรดิเซียนที่เหินสู่เบื้องบนมายังแดนเซียนพรหมได้ แต่ช้าเร็วตัวแดนเซียนพรหมเองก็ต้องมีสรรพชีวิตถือกำเนิดขึ้นมาอยู่แล้ว”เซียนหญิงไม่ตอบสักคำ สายตาของนางถูกต้นสรวงสวรรค์มหามรรคาดึงดูด ต้นสรวงสวรรค์มหามรรคาอันยิ่งใหญ่งามตระการดูเหมือนกำลังค้ำจุนหลังคาของห้วงมิติในพันมหาโลกา ทำให้จักรพรรดิเซียนทั้งสองรู้สึกถึงความเล็กกระจ้อยร่อยของตนเองมาถึงแดนเซียนพรหมครั้งแรก พวกเขาก็ถูกต้นสรวงสวรรค์มหามรรคาทำให้ตะลึงงัน ความหยิ่งทระนงในหัวใจลดทอนลงตามไปด้วยพวกเขาเพิ่งเหยียบเข้าขั้นเซียนทองเอกเทวะ ไม่ใช่เหล่าจักรพรรดิเซียนที่เหินสู่เบื้องบนรุ่นแรกที่บรรลุขีดสุดของขั้นเซียนทองเอกเทวะตั้งแต่ก่อนมาแล้ว ดังนั้นจิตใจของพวกเขาย่อมสู้ผู้ยิ่งใหญ่รุ่นก่อนหน้าไม่ได้พวกเขานิ่งอยู่นานเป