็นครึ่งวันกว่าจะขยับตัวเดินทางไปที่แดนเซียนพรหมหลายเดือนหลังจากนั้นซูอิ๋นก็หลอมกายยาสำ เร็จแล้วลอยลงมาที่พื้น เขาเริ่มเหวี่ยงขวานไม้เล่มหนึ่งขวานเล่มนี้เป็นสิ่งที่เขาแกะมาจากกิ่งของต้นสรวงสวรรค์มหามรรคา มันหนักผิดธรรมดาอย่างยิ่ง อย่างน้อยเยี่ยสวินตี๋ก็ยกไม่ขึ้น“เจ้าเพี้ยนไปแล้วหรือ ประเดี๋ยวๆ ก็เหวี่ยงขวานหลังจากนี้จะเอาเจ้าสิ่งนี้เป็นอาวุธอย่างนั้นรึ”เยี่ยสวินตี๋ลืมตาขึ้นมาเห็นซูอิ๋นเหวี่ยงขวานอีกรอบก็อดไม่ไหวเอ่ยหยอกล้อซูอิ๋นตอบโดยที่ไม่หันหน้ากลับไปมอง “แน่นอนอยู่แล้วสิขอรับ ร่างมายาชาติก่อนที่มรรคาจารย์เคยเรียกออกมาทรงพลังถึงเพียงนั้น ข้าก็จะกลายเป็นตัวตนเช่นนั้นเหมือนกัน”ร่างมายาผานกู่ที่มหาค่ายกลเทพสังหารสิบสองนคราสวรรค์เรียกออกมาถูกจักรพรรดิเซียนทั้งหลายเข้าใจว่าเป็นร่างเมื่อชาติก่อนของมรรคาจารย์ ความเห็นประการนี้แพร่หลายไปในมหาพิภพจิตจร ซูอิ๋นจึงรู้ด้วยท่าทางยามร่างมายาผานกู่เหวี่ยงขวานช่างน่าครั่นคร้ามอย่างแท้จริง ตราบจนวันนี้เมื่อนึกย้อนไปเขาก็ยังรู้สึกขนลุกซู่อย่างอดไม่ได้ ร่างกายสั่นเทิ้มเบาๆ ขณะที่บนใบหน้าเผยรอยยิ้มฮึกเหิมเยี่ยสวินตี๋เห็นซูอิ๋นคึกขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุก็ส่ายหัวไปมาเขาไม่เข้าใจคนรุ่นหลังยุคใหม่เอาเสียเลยจริงๆในตอนนี้เองเสียงอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นในใจของเขา“หนึ่งพันปีให้หลัง สวรรค์ชั้นที่สามสิบสามจะเปิดประตูข้าจะเทศนาสั่งสอนวิชาผู้คนทั้งหลายของแดนเซียนพรหมที่