กเขาก็ได้นะเจ้าคะ ท่านเป็นหมอหลวง ไม่ใช่หมอตำแยตามถนน ต่อให้เป็นหมอตำแยตามถนน ก็ไม่อาจรับประกับอะไรกับคนไข้ได้เช่นกัน”
หมอหลวงสวี่พยักหน้า “ข้าก็ตอบไปเช่นนั้น หากไม่มีราชโองการจากฝ่าบาท ไหนเลยข้าจะกล้าตรวจอาการให้คนข้างนอกกัน แต่พวกเขามีความสามารถทีเดียว ไม่รู้เหมือนกันว่าไปไหว้วานใคร ถึงได้ไปขอร้องไทเฮาได้ ทีแรกไทเฮาอยากให้เจ้ารักษา แต่ภายหลังรู้สึกว่าแม่นางอย่างเจ้ารักษาโรคนี้ลำพังคงไม่เหมาะสม ถึงได้รับสั่งกับข้าเป็นการส่วนตัว”
“แล้วท่านก็ไปหรือเจ้าคะ” ไป๋จื่อเลิกคิ้ว
หมอหลวงสวี่พยักหน้าอีกหน “ไปสิ คำสั่งของไทเฮา ข้าจะกล้าขัดได้อย่างไร”
“อาการของคุณชายสกุลลู่ยังดีอยู่ ถือว่าใกล้เคียงกับคุณชายรองสกุลเคอ ข้าจึงใช้ยาแบบเดียวกัน แต่อาการของคุณชายสกุลหลี่คล้ายไม่ค่อยสู้ดี ข้าจัดการไม่ไหวจริงๆ จึงไม่ได้เขียนใบสั่งยาให้ คนสกุลหลี่มาโวยวายที่จวนข้าทุกวัน ทั้งยังขู่ว่าจะไปเข้าเฝ้าไทเฮา น่าโมโหยิ่งนัก”
ไป๋จื่อส่ายหน้า ก่อนจะถอนใจเอ่ยว่า “คนในครอบครัวของตนเองเป็นโรคพรรค์นี้แล้ว ยังมีหน้าไปก่อความวุ่นวายที่บ้านหมออีก หน้าหนาเสียจริงๆ”
หมอหลวงสวี่เอ่ย “จริงของเจ้า ข้าเป็นหมอมาหลายสิบปี เคยพบคนที่เอ