ะอะโวยวายมาไม่น้อย ทว่าข้าเพิ่งเคยพบคนแบบพวกเขาเป็นครั้งแรก”
“แล้วตอนนี้ท่านคิดจะทำอย่างไรเจ้าคะ” ไป๋จื่อถาม
หมอหลวงสวี่มองซ้ายมองขวา เขาพูดเสียงเบา “สกุลหลี่และสกุลซูเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน สกุลซูก็คือบ้านของมารดาฮองเฮา ข้าเดาว่าคนที่ช่วยพวกเขาสกุลหลี่ไปพูดกับไทเฮา หากไม่ใช่ฮองเฮาก็ต้องเป็นเซียวอ๋องนี่แหละ เฮ้อ…ข้าไม่เหมือนกับเจ้า ข้าไม่มีคนคอยหนุนหลังอย่างท่านตงฟางและจิ้นอ๋อง พวกข้าสกุลสวี่เป็นหมอมาหลายชั่วอายุคน นอกจากวิชาแพทย์ที่ติดตัวนิดหน่อยแล้ว ก็ไม่มีข้อดีอย่างอื่นแล้วจริงๆ”
“แล้วข้าจะช่วยอะไรท่านได้บ้าง” ไป๋จื่อถาม นางไม่อาจทนเห็นหมอหลวงสวี่กลัดกลุ้มได้เช่นกัน
“โรคแผลริมแข็งของคุณชายสกุลหลี่เหมือนจะร้ายแรงยิ่งกว่าคุณชายรองสกุลเคอ ไม่รู้ว่าใช้ยาแบบเดียวกับคุณชายรองสกุลเคอได้หรือไม่” หมอหลวงสวี่ถาม
ไป๋จื่อถามกลับทันใด “ร้ายแรงถึงขั้นไหนเจ้าคะ ท่านเล่าอาการของเขาให้ละเอียดหน่อย”
หมอหลวงสวี่ตอบ “มีตุ่มอยู่ทั่วทั้งร่างกาย และมันแตกแล้วด้วย”
“สิ่งที่ไหลออกมาจากตุ่มคือเลือดและน้ำหนองใช่หรือไม่” ไป๋จื่อถาม
หมอหลวงสวี่พยักหน้า “ถูกต้อง เป็นเลือดและน้ำหนอง เหม็นเน่าทีเดียว”
“ผิวหนังเปื่อย