าย”
ไป๋จื่อมองไปยังฝั่งตรงข้าม บริเวณนั้นวางเก้าอี้ลักษณะเดียวกันอยู่ตัวหนึ่ง เบาะที่วางอยู่บนนั้นเป็นเบาะที่นางเห็นตอนที่มาเมื่อครั้งก่อน นางไม่พูดอะไรมาก เดินไปนั่งลงตรงนั้นเสียเลย พลางยิ้มเอ่ยว่า “ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันนั่งตรงนี้ดีกว่าเพคะ”
ฮองเฮาโมโหจนแทบจะกระอักเลือด แต่พระนางก็ยังคงสงวนท่าทีเอาไว้ ทำได้เพียงกดกลั้นโทสะนี้ ‘คอยดูแล้วกัน อีกเดี๋ยวข้าจะค่อยๆ จัดการกับเจ้า’
นางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วมองรอยยิ้มที่เปล่งประกายของไป๋จื่อ “ได้ยินมาว่าองค์หญิงเชียนฟางฟื้นแล้ว?”
ไป๋จื่อพยักหน้า “ทูลฮองเฮา องค์หญิงเชียนฟางฟื้นเมื่อวานนี้เพคะ เพียงแต่ยังไม่หายสนิทดี ยังต้องคอยสังเกตอาการอยู่เพคะ”
“ทั้งสำนักหมอหลวงล้วนจนปัญญา แต่เจ้ามาไม่ทันไรก็รักษาองค์หญิงจนฟื้นขึ้นมาได้ ท่าทางวิชาแพทย์ของเจ้าจะมหัศจรรย์จริงตามคำร่ำลือ”
“หม่อมฉันรู้วิชาแพทย์เพียงผิวเผิน ไม่อาจเรียกได้ว่ามหัศจรรย์หรอกเพคะ” ไป๋จื่อยิ้มจาง
นางกำนัลยกชาชงใหม่และขนมเข้ามา กลิ่นของพวกมันปกติดีมาก แต่นางยังคงไม่แตะต้อง ใครจะรู้ว่าตอนนี้กินสิ่งนี้เข้าไปแล้ว ต่อไปยังมีอะไรรอนางอยู่ มาที่นี่ นางไม่อาจสบายใจได้เลยสักนิดเดียว
ฮองเฮาเห็นน