ท่านเป็นหงส์ น่าเสียดายนักที่ต้องอยู่ในกรงที่หรูหราขนาดใหญ่กว่าคนอื่น”
จิ่นเอ๋อร์ได้ฟังดังนั้นก็ทุกข์ใจอยู่บ้าง นางยื่นมือไปลูบแขนของไป๋จื่อ เป็นการบอกว่าอย่าพูดต่อไปอีกเลย
แต่เชียนฟางกลับเอ่ยว่า “ไม่เป็นไร ขอบเขตของข้าอยู่ที่ใดข้ารู้ดี แม่นางไป๋ก็แค่พูดความจริงเท่านั้นเอง”
“พูดขึ้นมาแล้ว ข้าก็เป็นแค่หงส์ที่ถูกขังอยู่ในกรงไม่ใช่หรือ แม้ว่าวันนี้จะได้ออกจากกรง แต่ขาของข้ากลับมีเชือกพันธนาการเอาไว้ ปลายเชือกนี้เชื่อมกับกรงของข้า ไม่ช้าก็เร็วข้าต้องกลับไปอยู่ในกรงนั้น”
ยามที่พูดถึงตรงนี้ ในแววตาของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ไม่ใช่ความจนใจและกลัดกลุ้มยามที่สูญเสียอิสระไปเช่นนั้น แต่เป็นความโศกา แม้กระทั่งขมขื่นยิ่ง
ท่ามกลางความรู้สึกเหล่านี้คล้ายกับมีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ธรรมดา แต่ว่ามันคืออะไรกันนะ
ไป๋จื่อถอนใจเสียงหนึ่ง กล่าวอีกว่า “นี่อาจจะเป็นชีวิตกระมัง”
เชียนฟางเงยหน้าขึ้น กะพริบดวงตาที่มีน้ำตาเอ่อท่วม “ชีวิตคืออะไรกันแน่”
“ถึงจะไม่อาจเลือกเกิดได้ แต่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างจนใจหรือเด็ดเดี่ยว นี่ต่างหากที่เรียกว่าชีวิต” ไป๋จื่อยิ้มขื่น
ฝ่ายเชียนฟางจดจ้องไปที่ไป๋จื่อ “เจ้าเล่า? ตอนนี้เจ้าก็มีช