แล้ว จะมีชีวิตอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร”
เมื่อครู่ไป๋จื่อเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ ทว่าองค์หญิงร้องไห้อีกเช่นนี้ ทำให้ความคิดนั้นขาดห้วงไป พาให้นางขมวดคิ้วมุ่นไปด้วย
“เอาละ ร้องไห้ไปก็แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ข้าบอกแล้วว่าจะรักษาท่านให้หาย ท่านอย่าเพิ่งรีบร้อนใจไป ข้ากำลังคิดหาหนทางอยู่” นางพูดจบก็หมุนกายออกไป
องค์หญิงชะงักงัน ก่อนจะเงยหน้ามองจิ่นเอ๋อร์ที่ประคองตนอยู่
จิ่นเอ๋อร์รีบเอ่ย “องค์หญิงอย่าโกรธไปเลยนะเจ้าคะ แม่นางไป๋ย่อมตั้งใจรักษาอาการของท่านอย่างแน่นอน ไม่มีได้เจตนาอื่นใดเจ้าค่ะ”
องค์หญิงพยักหน้า “ข้ารู้ ข้ารู้…แต่ขาของข้า”
จิ่นเอ๋อร์ปลอบใจว่า “องค์หญิง ก่อนหน้านี้ท่านสลบไปนานมาก ข้าคิดว่าทั้งชีวิตนี้คงไม่ได้เอ่ยวาจากับท่านแล้ว แต่ตอนนี้ท่านฟื้นขึ้นมาแล้ว ส่วนขาของท่าน แม่นางไป๋จะต้องหาหนทางรักษาได้อย่างแน่นอน ท่านอย่าได้ร้อนใจไปเลยนะเจ้าคะ” ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ในใจของจิ่นเอ๋อร์รู้สึกเชื่อใจไป๋จื่อมาก
นางจะไม่ร้อนใจเช่นกันได้หรือ แต่ตอนนี้ร้อนใจไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร
…
ไป๋จื่อกลับไปที่ห้องตำรา พวกหมอหลวงสวี่กำลังค้นหาอยู่ ทั้งสามคนล้วนมุ่นคิ้ว มือขยับไม่ยอมหยุด เห็นได้ชัดว่ายัง