ดี แต่ก็ยังกล้า…”
ฮองเฮาทำถึงขั้นนี้ก็ไม่แปลก นางเป็นมารดาของฉู่เฟิง แม่ลูกจิตใจตรงกัน ย่อมต้องร่วมหัวจมท้ายกันอยู่แล้ว ทว่าไทเฮาเล่า เหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ ฉู่เฟิงเป็นหลานของนาง แล้วเขาฉู่เยี่ยนไม่ใช่หรือไร
ไป๋จื่อรีบพูดว่า “ไม่เป็นไรหรอก เจ้าแค่จำเรื่องนี้ไว่ก่อนก็พอ จากนี้หาโอกาสได้แล้วค่อยรายงานก็ได้ ตอนนี้เจ้ามีเรื่องที่สำคัญมากกว่า อย่าทำเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเลย”
ตงฟางมู่พยักหน้า “จื่อเอ๋อร์พูดถูกต้อง แม้เรื่องนี้จะน่าโมโหจริงๆ แต่ตอนนี้การหาความยุติธรรมให้แคว้นจินสำคัญยิ่งกว่า หากบุ่มบ่ามขึ้นมา ก่อให้เกิดไฟสงครามระหว่างสองแคว้น ชีวิตต้องหาไม่ ไม่อาจฟื้นกลับคืนมาได้ชั่วนิรันดร์”
หูเฟิงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะหันหน้าไปมองไป๋จื่อ “จากนี้หากเจ้าออกไปทำอะไรข้างนอกจะต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง ข้าจะมอบองครักษ์ลับสองคนให้เจ้า พวกเขาจะไม่รบกวนชีวิตประจำวันของเจ้าแน่”
ตงฟางมู่พยักหน้า “ทำเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน ข้าเองก็คิดไว้เช่นนั้น เพียงแต่ยังไม่ได้หาคนที่เหมาะสม ครั้งนี้มาเมืองหลวงพาคนมาด้วยไม่มาก จึงไม่มีใครเป็นผู้คุ้มครองอย่างลับๆ ได้สักคน เดิมทีคิดจะเรียกคนมาจากเขาฉีอวิ๋น แต่หากทางเจ้ามีคนที่เหมาะสม