ย่างไร
ไป๋จื่อเผลอหัวเราะออกมา ก่อนจะสะบัดศีรษะ ‘คิดมากมายไปไย ใช้ชีวิตต่อไปให้ดีก็พอแล้ว’
นางลุกขึ้นยืน “พวกท่านคุยกันไปก่อนนะเจ้าคะ ข้าจะไปดูที่ห้องครัวหน่อย จู่ๆ หูเฟิงก็โผล่มาบอกข้าว่าวันนี้พวกเราต้องชิมฝีมือของพวกเขา แต่ข้ากลัวว่าพวกเขาจะจุดไฟเผาห้องครัว ต้องจับตามองไว้เจ้าค่ะ”
จ้าวหลานหัวเราะ “เด็กโง่ เขาเป็นห่วงเจ้า กลัวเจ้าจะเหนื่อยถึงได้ลงมือเองอย่างไรเล่า”
หูจ่างหลินก็กล่าวเช่นกัน “ใช่ หูเฟิงชอบกินอาหารที่เจ้าทำที่สุด ตอนอยู่ที่จวนอ๋อง ไม่ว่าพ่อครัวจะทำอาหารสุดฝีมือเพียงไร เขาก็กินไปไม่กี่คำเท่านั้น ไหนเลยจะกระตือรือร้นเหมือนตอนที่กินข้าวกับเจ้า พวกเจ้าน่ะควรจะแต่งงานกันเร็วๆ หูเฟิงจะได้ไม่ต้องเอาแต่เลือกกิน ดูสิหน้าเขาตอบหมดแล้ว”
ไป๋จื่อยิ้มหวานหยดย้อย หัวใจของนางก็มีแต่ความหวานเชื่อม นางไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงหมุนกายออกไป
จ้าวหลานเห็นไป๋จื่อไปแล้ว ก็คิดจะชักมือของตนเองกลับ แต่หูจ่างหลินไม่รู้เอาความกล้ามาจากที่ใด จับมือนางไว้แน่นขนัด ไม่ว่านางจะออกแรงเพียงใด เขาก็ไม่ยอมปล่อยมือ
ดูสิ สาวใช้สองคนในเรือนปิดปากหัวเราะไม่ยอมหยุดแล้ว
…
ทุกคนในห้องครัวกำลังยุ่ง โจวเสี่ยวเฟิงรับผิดชอบดูไฟ โ