านั้นจะร่วมเตียงกับใครไม่ได้ ทำเช่นนั้นถึงจะป้องกันผู้ป่วยไม่ให้แพร่โรคนี้สู่คนอื่นได้เจ้าค่ะ”
หมอหลวงสวี่จดจำอย่างเงียบๆ ก่อนจะกล่าวกับเคอถงว่า “เจ้าจำคำของแม่นางไป๋ไว้แล้วใช่หรือไม่”
เคอถงพยักหน้าทันที “จำไว้แล้ว”
ตอนที่ไป่จื่อถามคำถามแรก ฉู่เฟิงและเคอเจิ้งหมิงมาถึงหน้าประตูห้องนอนแล้ว ทว่าเห็นพวกเขากำลังตรวจโรคอยู่ จึงไม่ได้เข้ามารบกวน เพียงยืนเงี่ยหูฟังอยู่ที่หน้าประตูอย่างเงียบๆ เท่านั้น
ฉู่เฟิงมองไป๋จื่อตลอดเวลา นางนั่งอยู่เก้าอี้ไม้แดง โต๊ะตัวหนึ่งอยู่เบื้องหน้านาง นิ้วมือเคาะหน้าโต๊ะเบาๆ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งยันใบหน้าเอาไว้ สีหน้าของนางดูสบายอารมณ์ ไหนเลยจะเหมือนมาตรวจโรคให้คน ท่าทางนางเหมือนมาเที่ยวเล่นมากกว่า
ทว่าสิ่งที่นางพูดออกมาจากปาก กลับมีความน่าเชื่อถือเป็นอย่างยิ่ง
เด็กสาวผู้นี้พิเศษจริงๆ เขาไม่เคยพบใครเป็นเช่นนางมาก่อน บนร่างกายของนางคล้ายกับมีประกายบางอย่าง เดินไปที่ใดก็ดึงดูดสายตาผู้คนได้ และกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนในทันที
เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลย ว่าความรู้สึกหวั่นไหวเพราะสตรีนางหนึ่งเป็นเช่นนี้
นี่ช่างเป็นความรู้สึกที่มหัศจรรย์และแปลกประหลาดเสียจริง ทำให้คนกระวนกระวายและตื่นเต้นได