วย”
“ท่านแม่…” เคอถงร้องไห้เช่นกัน ริมฝีปากของเขาเย็นจนเป็นสีม่วง ร่างกายสั่นเทา หยดน้ำไหลลงจากใบหน้าอย่างต่อเนื่อง ไม่รู้ว่าเป็นน้ำจากในสระน้ำ หรือว่าเป็นน้ำตาของเขากันแน่
“ท่านแม่…จะช้าจะเร็วอย่างไรข้าก็ต้องตาย แทนที่จะถูกคนทั้งโลกหัวเราะเยาะและประณาม เสื่อมเสียไปถึงชื่อเสียงของตระกูล มิสู้ตายไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า”
ฮูหยินเคอไม่เข้าใจว่าเขากำลังพูดอะไร หัวเราะเยาะอะไรกัน จะช้าจะเร็วก็ต้องตายหมายความว่าอย่างไร นางไม่เข้าใจโดยสิ้นเชิง
ใต้เท้าเคอก้าวมาข้างหน้า กล่าวกับเคอถงว่า “เจ้าคิดจะตายไปเช่นนี้หรือ ดี เจ้าไปตายเสียเถอะ ข้าจะยืนมองอยู่ตรงนี้ มองดูเจ้าตาย”
เคอถงก้มหน้าลง ริมฝีปากสั่นจนพูดอะไรไม่ออก
ไป๋จื่อถอนใจ ก่อนจะพูดกับเคอถงว่า “ร่างกายของคนเราเกิดจากพ่อแม่ เจ้าไม่ได้เป็นเจ้าของเพียงคนเดียว การฆ่าตัวตายเป็นวิธีการตายที่อ่อนแอและทำให้คนดูถูกเป็นที่สุด หากเจ้าอยาก ตายจริงๆ ก็ไปออกรบ ตายในสนามรบ เช่นนั้นถึงจะเรียกได้ว่าเป็นลูกผู้ชายตัวจริง ไม่เสียแรงที่พ่อแม่เลี้ยงเจ้าจนเติบใหญ่ เจ้าคิดว่าเจ้าตายไปแล้ว ชื่อเสียงของสกุลเคอจะไม่เสื่อมเสี ยไปด้วยหรือ แค่เป็นโรคประหลาดก็ร้องขอความตายแล้ว เคยคิดถึงพ่