นเย็นวาบ หนาวสั่นขึ้นมาจนแม้แต่ริมฝีปากก็เอ่ยวาจาใดออกมาไม่ได้ ตอนที่พวกเขากล่าวโทษใครสักคนก่อนหน้านี้ก็เป็นเช่นวันนี้ ได้แต่อาศัยลมปากพาไป ฮ ฮ่องเต้ไม่ได้ถามไถ่พวกเขาเพื่อลงโทษแต่อย่างใด อย่างมากน่าฟังก็ฟัง ไม่น่าฟังก็ไม่ฟัง
ใต้เท้าเคอก้าวออกมาจากในแถว กราบทูลฮ่องเต้ว่า “ฝ่าบาท จิ้นอ๋องเข้าสู่สนามรบตั้งแต่อายุสิบสาม รบอย่างอาจหาญเพื่อแคว้นฉู่ สามปีก่อนถูกคนลอบทำร้าย โชคดีที่รอดชีวิตมาได้ ตอน ที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือต้องการเขามากที่สุด ก็เป็นเขาที่ก้าวออกมาอีกครั้ง กดดันฝ่ายศัตรูจนถอยร่นไปด้วยความกล้าแกร่ง นำความสงบสุขคืนสู่ชายแดนแคว้นเรา แต่ในสายตาของขุนนางบา างคนนั้น ก็ยังเห็นว่าเขาไม่คู่ควรจะเป็นองค์ชายอยู่ดี กระหม่อมไม่เข้าใจความหมายของคำว่าคู่ควรนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ”
“จิ้นอ๋องเข่นฆ่าศัตรูบนสนามรบ แต่กลับไม่ได้รับการยกย่อง กระทำการใดก็ถ่อมตนอยู่เสมอ หากคนเช่นนี้ไม่คู่ควรจะเป็นองค์ชาย เช่นนั้นคนที่วันๆ เอาแต่เที่ยวเล่นตามตรอกซอกซอย เกียจค คร้าน หลงระเริงกับความร่ำรวย รังเกียจคนที่ต่ำต้อยกว่า คร้านจะอ่านตำราอย่างขยันขันแข็งใต้หน้าต่างที่มีแต่ลมหนาว ไม่สนใจเงินน้อย ชมชอบแต่เรื่องสนุก กลับเพ่นพ่านอยู่ใน