นยาแล้วใช่หรือไม่”
“กินแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้ก้มหน้าลง ตอบเสียงเบา
เมิ่งหนานกลับไม่ได้สงสัย ยามที่สาวใช้เหล่านี้พูดกับเขา ส่วนใหญ่แล้วก็มีท่าทางเช่นนี้ทั้งนั้น เขาเห็นเป็นเรื่องปกติเสียแล้ว
“ข้าวเล่า”
สาวใช้ตอบอีกว่า “กินเหมือนๆ กับปกติเจ้าค่ะ”
จากนั้นเมิ่งหนานก็พยักหน้า “ได้ยินว่าท่านแม่เจ็บขา เกิดอะไรขึ้นหรือ”
แผ่นหลังของสาวใช้เริ่มมีเหงื่อเย็นๆ ผุดออกมา เสียงก็แผ่วเบาลงเรื่อยๆ “ฮูหยินเตะถูกโต๊ะโดยไม่ทันระวังเจ้าค่ะ”
เมิ่งหนานร้องอ๋อเสียงหนึ่ง เขาไม่ได้ถามอะไรมากอีก กำชับบางอย่างสองสามคำแล้วก็จากไป
สาวใช้ถอนหายใจโล่งอกยกใหญ่ แล้วหมุนกายกลับเข้าไปในเรือน
…
เช้าวันต่อมา ฮูหยินเมิ่งตื่นขึ้นพร้อมกับความรู้สึกไม่สบาย เวียนศีรษะ อีกทั้งหิวจนแทบคลั่ง เรี่ยวแรงบนร่างกายหดหายไปมาก ในปากไม่รับรู้รสชาติอะไร อยากจะกินแต่ของหวานเท่านั้น จึงเรียกให้สาวใช้ไปนำมา
สาวใช้คิดว่านางยังไม่ตื่นเต็มตา จึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจ เพียงนำอาหารมาตามที่นางสั่ง ครั้นนางกินมื้อเช้าเสร็จก็ล้มตัวลงนอนยาวถึงตอนกลางวัน พวกสาวใช้รู้สึกว่าผิดปกติแล้ว เพราะ ตั้งแต่ที่ฮูหยินดีขึ้นจากอาการป่วยครั้งก่อน นางก็ไม่เคยนอนกลางวันมาก่อน ถึงแม้จะมีการ