ป็นคนที่รักศักดิ์ศรีของตนเองอย่างยิ่ง อย่าว่าแต่คุกเข่าโขกศีรษะบนถนนที่คนเดินไปมาขวักไขว่เลย การพูดเสียงดังใส่เขาเช่นนี้ เขาต้องไม่พอใจแน่
ตงฟางมู่กำลังคิดจะหมุนกายเดินไป แต่กลับได้ยินไป๋จื่อถามว่า “ท่านบอกว่ามีคนชักใยให้ท่านทำเรื่องร้ายกาจ คนผู้นั้นเป็นใครหรือ แล้วชักใยท่านอย่างไร”
ตงฟางหว่านเอ๋อร์ที่กำลังมองไปทางอื่นก็หันหน้ากลับมาเช่นกัน สายตาของนางตกลงบนร่างของเผยชิงหานที่ยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้น นี่เป็นสิ่งที่นางอยากรู้มาโดยตลอดเช่นกัน เมื่อก่อ อนนางเคยถามเผยชิงหาน แต่เขาไม่ยอมพูดอะไรทั้งสิ้น
เผยชิงหานยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนใบหน้า เอ่ยเสียงสะอื้น “เป็นซ่งเหอเซียง นางหลอกข้า นางบอกว่า…”
คำพูดบางคำอัดอั้นอยู่ในใจอยู่สิบกว่าปี แต่ไหนแต่ไรไม่เคยพูดออกมา
ตงฟางมู่โมโหหนัก “เจ้ามีอะไรก็พูดออกมา หากไม่อยากพูดก็ไสหัวไปเสีย!”
ไหนเลยเผยชิงหานจะกล้าลังเลอีก เขาก้มหน้าก้มตาพูดว่า “นางบอกว่าเด็กที่หว่านเอ๋อร์คลอดออกมาในปีนั้น เป็นการคลอดอย่างครบกำหนด ไม่ใช่คลอดก่อนกำหนดขอรับ!”
ตงฟางมู่ไม่ได้หันกลับมาในทันที ด้วยยังไม่เข้าใจความหมายในวาจาของเขา แต่ตงฟางหว่านเอ๋อร์กลับพลันอ่อนแรง โชคดีที่สาวใช้และ