านเท่าไร”
ตงฟางมู่กลับมาในเวลากลางคืน ตงฟางหว่านเอ๋อร์ก็พาบิดาไปซุบซิบพูดคุยกันที่โถงข้างอยู่เนิ่นนาน
ครั้นตงฟางมู่ฟังเรื่องนี้จบแล้ว เขาโมโหจนแทบจะพังโต๊ะตัวหนึ่งทิ้ง อยากจะเข้าวังไปขอคำอธิบายจากฮ่องเต้ในทันที
ทว่าตงฟางหว่านเอ๋อร์รั้งเขาไว้ รีบเอ่ยว่า “จื่อเอ๋อร์ไม่ให้ข้าบอกท่าน ด้วยกลัวว่าท่าจะบุ่มบ่ามไปพบฮ่องเต้ ข้าเองก็ขอร้องให้ท่านใจเย็นลงก่อน ข้าผิดเอง ข้าไม่ควรบอกท่า านเลยจริงๆ”
ตงฟางมู่มุ่นคิ้ว “จื่อเอ๋อร์ไม่ให้เจ้าบอกข้า? นางพูดเช่นนั้นจริงหรือ”
ตงฟางหว่านเอ๋อร์พยักหน้า “ข้าจะโกหกท่านได้อย่างไร นางบอกว่าท่านตารักนางยิ่งนัก และรู้ว่านางเคยได้รับความอดสูมาก่อน ท่านย่อมไม่ยอมใจเย็นอยู่เฉยแน่ แต่ถึงอย่างไรอีกฝ่าย ยก็เป็นถึงฮ่องเต้ ไปขอคำอธิบายจากพระองค์โดยไม่มีหลักฐานรับรอง เกรงว่ายากนักจะพูดจากันได้ อีกทั้งจะผิดใจกับฮ่องเต้อีกต่างหาก”
ตงฟางมู่คิดตามบุตรี และพยักหน้าในที่สุด “จื่อเอ๋อร์พูดถูกต้อง ตอนนี้ในมือพวกเราไม่มีหลักฐานอะไรทั้งสิ้น ไปพบฮ่องเต้ก็ไม่อาจเอาผิดพวกเขาได้ เพราะพวกเขาล้วนไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป ป แต่จะให้ข้ากลั้นโทสะนี้เอาไว้หรือ” เขามุ่นคิ้วเข้าหากันจนแน่น บนใบหน้ามี