ให้คนอายุเท่านางสวมใส่ นางกำนัลจึงเสาะหาเสื้อผ้าที่พวกนางใส่ในชีวิตประจำวันมาให้ นับว่าพอดีตัวแล้ว
“นั่งลงเถอะ” เมิ่งเสวียนหลิงเงยหน้าขึ้นจากหนังสือ บอกกล่าวไป๋จื่อเสียงเรียบ
ไป๋จื่อนั่งลงอย่างว่าง่าย ก่อนจะเอ่ยถามเมิ่งเสวียนหลิง “พระสนมซูเฟย ท่านไม่ถามข้าหรือเพคะ ว่าเหตุใดถึงกล้าใช้ชื่อของคุณชายเมิ่ง”
สายตาของเมิ่งเสวียนหลิงกลับไปจดจ้องอยู่บนหนังสืออีกครั้ง แผ่นหลังของนางหยัดตรง ราวกับว่าตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ นางไม่ได้ขยับท่วงท่าเลยสักนิด ไม่รู้ว่านางเหนื่อยหรือไม่ ทว ว่าไป๋จื่อมองดูแล้วรู้สึกเหนื่อยทีเดียว
“ในเมื่อเจ้ากล้าใช้ชื่อของเข้า เจ้าย่อมต้องมีเหตุผลเป็นแน่ ไยต้องถามให้มากความ”
ไป๋จื่อเข้าใจโดยพลัน ว่าเหตุใดฮ่องเต้ถึงชอบมาค้างแรมกับนางที่นี่
ขุนนางมากมายรบกวนฮ่องเต้ทั้งวี่วัน ตกกลางคืนย่อมอยากได้สถานที่ที่สงบเงียบ เพียงสนทนากันบ้างเป็นครั้งคราว ทว่าสนุกสานและน่าสนใจ สตรีที่สะสวยและเข้าอกเข้าใจคนเช่นเมิ่งเสวีย ยนหลิง บุรุษที่ไหนเล่าจะไม่ชอบนาง
“เจ้ารู้จักเมิ่งหนานหรือ” เมิ่งเสวียนหลิงเห็นเด็กสาวไม่เอ่ยวาจา ในที่สุดนางก็วางหนังสือในมือลง แล้วเป็นฝ่ายถามเอง
ไป๋จื่อพยักหน้า “รู้จักเพคะ หม่อมฉัน