รู้จักกับเมิ่งหนานตั้งแต่เขาไปเป็นข้าราชการอยู่ที่เมืองชิงหยวนเมื่อปีที่แล้ว ข้ากับเขานับว่าเป็นสหายกันเพราะสถานการณ์จำเป็น วันนี้ข้าตกอ อยู่ในอันตราย ถึงได้คิดมาขอรบกวนพระสนมเพคะ”
เมิ่งเสวียนหลิงถอนหายใจเสียงเบา เสียงนั้นดูเฉยชาและโดดเดี่ยว ราวกับดังออกมาจากหุบเขาที่มืดมิดก็ไม่ปาน
“ข้าไม่ได้พบหนานเอ๋อร์มาหลายปีแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้เขาสบายดีหรือไม่”
ไป๋จื่อเห็นนางมีท่าทางเช่นนั้น นางคงยังไม่รู้เรื่องที่ฮูหยินเมิ่งป่วยหนักกระมัง
“พระสนม ความจริงแล้วเมื่อหลายวันก่อนข้าไปที่สกุลเมิ่งมาเพคะ เมิ่งหนานเขาผ่ายผอมลงไปมาก เพราะฮูหยินเมิ่งป่วยหนัก เขาและใต้เท้าเมิ่งจึงกังวลใจอย่างหนักเพคะ”
หัวใจของเมิ่งเสวียนหลิงพลันกระตกวูบ รีบถามทันควัน “ฮูหยินเมิ่งป่วยเป็นอะไร พี่ใหญ่เขาไม่ได้มาขอความเมตตาจากฝ่าบาท ให้ส่งหมอหลวงไปตรวจอาการดูหรือ”
“หมอหลวงจางไปตรวจดูแล้วเพคะ ทว่าโรคของฮูหยินเมิ่งเป็นโรคที่ส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่น ตอนนั้นมารดาของฮูหยินเมิ่งก็จากไปด้วยโรคนี้เช่นกัน คิดไม่ถึงเลยว่าจะส่งทอดมาถึงฮูหยินเมิ่งเพค คะ”
เมิ่งเสวียนหลิงรีบถามอีก “แล้วตอนนี้นางเป็นเช่นไรบ้าง”
“ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วเพคะ พระสนมไม่จำเป็นต้องกั