่อยอยู่ตลอด มีอะไรร้ายแรงหรือไม่” พระนางมองไป๋จื่ออย่างคาดหวัง
ไป๋จื่อส่ายหน้า “ฮองเฮาร่างกายแข็งแรง ไม่มีอะไรร้ายแรงเพคะ”
คนมักจะชอบฟังคนอื่นบอกว่าตนเองร่างกายแข็งแรง ฮองเฮาก็เช่นกัน โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายเป็นคนที่เชี่ยวชาญในวิชาแพทย์เป็นอย่างยิ่ง
ฮองเฮาส่งสายตาให้คนที่อยู่ข้างกาย นางกำนัลเองรู้เจตนาของพระนาง จึงก้าวเข้าไปยกชาต้าหงเผาที่เย็นชืดขึ้น ครั้นหมุนกายจะออกไป ก็ชนเข้ากับร่างของไป๋จื่ออย่าง ‘พอดิบพอดี’ ชาต ต้าหงเผาจอกหนึ่งจึงสาดเข้าใส่เสื้อผ้าของนางจนหมด
“หม่อมฉันสมควรตาย หม่อมฉันสมควรตายเพคะ!” นางกำนัลรีบคุกเข่าร้องขอชีวิต
“ทำอะไรของเจ้า เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ทำให้ดีไม่ได้หรืออย่างไร ออกไปรับโทษเองเสีย!” ฮองเฮาต่อว่าด้วยโทสะ ก่อนที่นางกำนัลจะถอยออกไปโดยพลัน
ทว่าชุดผ้าใหม่ตัวใหม่ที่ไป๋จื่อใส่มาในวันนี้กลับเปียกชุ่ม ชุดคลุมเป็นสีอ่อน ส่วนชาต้าหงเผามีสีเข้ม มันเปื้อนเป็นวงกว้างจึงดูไม่น่ามองเท่าไรนัก
ซูฉุนพลันมีสีหน้า ‘รู้สึกผิด’ “ดูสิ น่าเสียกายเสื้อผ้าชุดนี้นัก”
ไป๋จื่อยิ้มว่า “ไม่เป็นไรเพคะ หม่อมฉันกลับไปซักสักหน่อยก็ใช้ได้แล้ว ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”
“ไหนเลยจะให้เจ้ากลับไปเช่นนี้ได้ อีกอย่าง เด