่าถึงมีวันที่ราชสำนักล่มสลาย
ตอนนี้นางอยู่ในยุคนี้ย่อมไม่มีทางหลีกเลี่ยงไปได้ คุกเข่าก็คุกเข่าเถอะ คงจะคุกเข่าไม่นานเท่าไรกระมัง
แต่ใครจะรู้ว่าขันทีผู้นั้นจงใจหรือไม่ ทุกคนต่างก็คุกเข่าอย่างพร้อมเพรียงกันแล้วแท้ๆ เขากลับชักช้าไม่อ่านราชโองการ เพียงมองทุกคนที่คุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้นน้ำแข็งเย็น นเฉียบด้วยแววตาเฉยชา
ผ่านไปครู่ใหญ่ ขันทีผู้นั้นถึงเอ่ยปาก “ไป๋จื่อรับราชโองการ”
ตงฟางหว่านเอ๋อร์ดันไหล่บุตรี ให้คลานเข่าไปข้างหน้า “ไป๋จื่อรับราชโองการเจ้าค่ะ”
“ไทเฮาทรงมีคำสั่ง ให้ไป๋จื่อเข้าวังบัดเดี๋ยวนี้”
“รับราชโองการเจ้าค่ะ!” ไป๋จื่อขานรับ พลางโขกศีรษะลงบนพื้นเย็นๆ
นางลอบถอนหายใจอยู่เงียบๆ พลางต่อว่าตนเองว่าไยถึงได้มาที่นี่ อยู่ที่หมู่บ้านหวงถัวไม่ดีหรือไร ไม่จำเป็นต้องคุกเข่าให้ผู้ใด แม้จะหาเงินได้เล็กน้อย แต่ก็มีชีวิตสุขสบาย น่าพอใ ใจยิ่งนัก
แต่พอมาถึงที่นี่ เฮ้อ…ต่อให้อยากร้องไห้เพียงใดก็ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาไม่ได้ ทำได้เพียงอดกลั้นเอาไว้ ยิ่งไม่อาจแสดงความรู้สึกเสียใจต่อหน้าตง