อมต้องมีเสียงม้าดังมาแน่ เมื่อถึงตอนนั้นแล้วพวกเขาก็มีเวลาหนีเหลือเฟือ
ในลานบ้านขนาดเล็กปลูกต้นสาลี่ไว้ต้นหนึ่ง ทว่าขณะนี้อากาศหนาวเย็น มันจึงไม่เหลือใบ แม้กระทั่งแทบแข็งตายแล้ว
หูเฟิงนึกถึงต้นสาลี่ตนเองปลูกไว้ในหมู่บ้านหวงถัว ไม่รู้ว่าตอนนี้มันยังอยู่หรือไม่
บ้านหลังนี้ผุพังเกินกว่าที่คิดไว้ ด้านนอกเรือนมีหิมะปกคลุมหนาหนัก ส่วนด้านในเรือนก็มีหิมะกองสุมอยู่บ้าง ไม่ว่าด้านนอกหรือด้านในก็หนาวเย็นทั้งสิ้น
ชายหนุ่มถอดเสื้อบุนวมบนร่างกายออก ปูมันไว้ที่มุมเรือน ก่อนจะให้โจวกังวางองค์หญิงฟางลงบนเสื้อของเขา
โจวกังรีบถอดเสื้อของตนเองให้หูเฟิง ทว่าหูเฟิงกลับส่งมันให้จินเอ๋อร์ “แม่นางจินเอ๋อร์ เจ้าใส่ไว้เถอะ”
ตอนนี้จินเอ๋อร์หนาวจนปากกลายเป็นสีเขียว ครั้นเห็นเสื้อที่คล้ายกับยังคงอบอุ่นเช่นนี้ นางก็พลันรู้สึกตื้นตัน ทว่านางกลับส่ายหน้า “ข้าเป็นเพียงบ่าว ท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอก”
หูเฟิงยัดเสื้อใส่มือนางโดยตรง เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงหมุนกายนำโจวกังไปตัดต้นสาลี่
“ท่านอ๋อง หากพวกเราจุดไฟที่นี่ตอนกลางวันแสกๆ ยังว่าไปอย่าง แต่หากเป็นยามค่ำคืนแล้ว เกรงว่าจะมีคนเห็นเข้านะขอรับ”
หูเฟิงยกกระบี่ขึ้นฟั