จื่อลอบยิ้ม ตงฟางมู่อยากฟังว่าพวกนางจะพูดอะไรกันอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังอยากเป็นหูเป็นตาให้หูเฟิงด้วย!
ไม่นานนัก เด็กรับใช้ก็เชิญเมิ่งหนานเข้ามาในห้องอาหาร ครั้นเข้ามาแล้ว ตงฟางมู่ก็เรียกให้เขาร่วมดื่มสุราเป็นเพื่อนทันที
หากเป็นเวลาปกติ เมิ่งหนานย่อมขอให้เป็นเช่นนั้น ทว่าวันนี้เขากลับไม่มีกะจิตกะใจ
“ท่านตงฟาง ขออภัยด้วยจริงๆ ขอรับ ที่ข้ามาในวันนี้เพราะอยากเชิญไป๋จื่อไปรักษาอาการป่วยให้แม่ของข้า ท่านแม่นอนซมอยู่บนเตียงเช่นนี้ ข้าไม่มีอารมณ์ร่ำสุราเลยสักนิด ตอนนี้ในใจร รุ่มร้อนดังไฟแผดเผา ท่านตงฟางได้โปรดอย่ากล่าวโทษข้าเลยนะขอรับ”
ไป๋จื่อรีบถาม “ท่านแม่ของท่านเป็นอะไรไปหรือ”
“หมอหลวงจางบอกว่าแม่ของข้าเป็นโรคปัสสาวะร่วง มีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน แต่ข้าไม่เชื่อ ก่อนหน้านี้นางยังแข็งแรงอยู่เลย”
เมื่อได้ยินคำว่าโรคปัสสาวะร่วง ไป๋จื่อก็พลันรู้สึกเครียดขึ้นมา โรคปัสสาวะร่วงที่ว่าคือโรคเบาหวานในยุคปัจจุบัน ในยุคนั้นวิชาแพทย์เฟื่องฟู แต่กลับยังคงไม่อาจวิจัยยาที่สามาร รถรักษาโรคเบาหวานให้หายขาดออก