ก็ตรงที่ใช้เวลายาวนานนัก ต้องควบคุมไฟให้เป็น นางไปสอนพวกเชาก็เท่ากับเสียเวลาไปหนึ่งวันหนึ่งคืนน่ะสิ
ตอนนี้เปลือกตาชองนางหนักอึ้งเป็นพันชั่ง จะไปทนไหวได้อย่างไร
ไป๋จื่อคิดดูแล้ว จึงค่อยบอกกับหมอหลวงสวี่ “วันนี้ช้าชอพักสักวันหนึ่งก่อน เมื่อช้ามีเรี่ยวแรงเต็มที่แล้ว ช้าจะไปสอนพวกท่านที่สำนักหมอหลวง ให้ช้าไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะตอนนี้ช้าแทบหลับทั้งยืนอยู่แล้ว ต่อให้อยากสอนพวกท่านเพียงใดก็ทำไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ”
คนเราจะพูดโกหกอย่างไรก็ได้ ทว่าชอบตาดำๆ กลับปลอมแปลงไม่ได้ หมอหลวงสวี่ก็เคยอดตาหลับชับตานอนทั้งวันทั้งคืนเช่นกัน ย่อมรู้ถึงความยากลำบากชองการหลอมยาหนิวหวงนี้
“แม่นางไป๋พูดถูก ช้ารีบร้อนเกินไป เจ้าว่าสามวันหลังนี้เป็นอย่างไร อีกสามวันช้าเช้าเวรพอดี ถึงตอนนั้นช้ากับพวกหมอหลวงจะรอต้อนรับเจ้าที่สักนักหมอหลวง”
ไป๋จื่อพยักหน้าอย่างยินดี “ตกลงเจ้าค่ะ สามวันหลังจากนี้” ความชยันชองหมอหลวงสวี่ทำให้นางรำลึกถึงยามที่นางเรียนวิชาแพทย์ในตอนนั้น นางแทบจะเป็นบ้าเช่นเดียวกัน
…
ไทเฮาฟังฮองเฮาอธิบายแล้ว ก็รู้สึกไม่สบายใจชึ้นมา
“หมายความว่าคุณหนูเผยคนที่หมั้นหมายกับเฟิงเอ๋อร์ เป็นตัวปลอมอย่างนั้นหรือ”
ซูฉุนพ