อกมา “แม่นางไป๋ กล้าพูดวาจาที่คาดเดาไปเองเช่นนี้ออกมาง่ายๆ ได้อย่างไร”
ไป๋จื่อยิ้มว่า “ไม่ใช่วาจาที่คาดเดาไปเอง ข้าคิดว่าหมอหลวงเหลียงรู้อยู่แก่ใจดี”
ไทเฮาไม่มีกะใจมองพวกเขาสองคนต่อปากต่อคำกัน ตอนนี้นางสนใจเพียงตงฟางหว่านเอ๋อร์หายดีเป็นปลิดทิ้งเช่นที่ไป๋จื่อว่าจริงหรือไม่
คนหนึ่งล้มป่วยอยู่สิบกว่าปี คนหนึ่งถูกหัวหน้าสำนักหมอหลวงตัดสินว่าตายไปแล้ว ทว่าภายในเวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนกว่าเท่านั้น จะมีโอกาสหายดีได้อีกหรือ
นางโบกมือ “เอาละ พวกเจ้าพูดให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะ หมอหลวงสวี่ เจ้ารีบพูดเร็ว!”
หมอหลวงสวี่ก้าวมาข้างหน้า ก่อนจะทำความเคารพไทเฮาครั้งหนึ่ง แล้วถึงจะเอ่ยเสียงนุ่มนวลว่า “กระหม่อมคิดว่าแม้ใบสั่งยาของหมอหลวงเหลียงจะไม่มีประโยชน์ใดต่อร่างกาย แต่ก็ไม่มีผลเสีย ยอะไรเช่นกัน จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้พ่ะย่ะค่ะ!”
จะพูดหรือไม่พูดก็ไม่ต่างกัน!
ไทเฮาคล้ายจะเข้าใจแล้วเช่นกัน ใบสั่งยานี้ไม่มีประโยชน์ต่อนาง แต่ก็ไม่มีผลร้ายเช่นกัน ไม่เช่นนั้นหมอหลวงสวี่คงไม่มีท่าทีเช่นนี้
สำหรับคนนอกแล้ว นี่เป็นเรื่องเล็กน้อยอย่างยิ่ง กินน้ำแกงยาที่ไม่มีผลอะไรสักสองถ้วยก็ช่างเถอะ