ทำให้เขานึกถึงปิ่นดอกไม้ที่ตนเองมอบให้นางทันที หากนางปักปิ่นนั้นจะต้องงดงามมากแน่นอน
“ปิ่นที่ข้ามอบให้เจ้า เจ้าหาไม่เจอจริงๆ หรือ” เขาถาม
ไป๋จื่อชะงักงัน ความคิดของบุรุษผู้นี้ช่างกระโดดไปมาเสียจริง เมื่อครู่ยังพูดเรื่องคอขาดบาดตายอยู่เลย มาตอนนี้กลับพูดเรื่องปิ่นเสียแล้ว
นางผงกศีรษะแผ่วเบา “อืม ตอนนั้นสถานการณ์คับขัน ข้าวของติดตัวข้าล้วนซ่อนไว้ในเทือกเขาลั่วอิง จะให้ข้าไปตามหาตอนนี้ก็เกรงว่าจะหาไม่เจอแล้ว
หูเฟิงยกมือขึ้นบีบปลายจมูกของนาง “เจ้าไม่ทะนุถนอมของที่ข้ามอบให้เช่นนี้ คอยดูเถอะครั้งหน้าข้าจะมอบของที่เจ้าถอดออกไม่ได้ให้”
ไป๋จื่อเอียงหน้าหนีไปหัวเราะ นางหรี่ตาลงกึ่งหนึ่ง คล้ายกับว่าจะมีแสงดาราส่องสว่างมาจากในนั้น “โอ้? เจ้าคิดจะสลักตัวหนังสือบนตัวข้าหรือ”
ชายหนุ่มมองท่าทางน่ารักของนางแล้ว ก็อยากจะโอบนางเข้าสู่อ้อมกอดตนใจจะขาด เขาได้แต่กัดฟัน น่าเสียดายนักที่ที่นี่คือตำหนักสือฝู เขาไม่อาจทำอะไรตามอำเภอใจได้ ถึงอย่างไรเสียเสด็จย่าก็ยังนอนไม่ได้สติอยู่บนแท่นบรรทม
“ยาโถว เจ้ารอข้านะ แล้วคอยดูว่าครั้งหน้าข้าจะจัดการเจ้าอย่างไร!” เขาคิดทบทวนอยู่ในใจเป็นร้อยเป็นพันรอบ แต่กลับไม่เคยทำออกมาจริง