ะก้าวไม่รู้ว่าเป็นพื้นราบหรือเหวลึกกันแน่
ไป๋เจินจูไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงกวาดสายตามองทั้งสองคนอย่างเฉยชา แล้วหมุนกายจากไป
หลิวซื่อร้องไห้อยู่นานมาก ร้องไห้จนตาบวมปูดเป็นเมล็ดของผลท้อ แต่ไป๋เสี่ยวเฟิงกลับไม่เอ่ยวาจาปลอบใจเลยสักคำ มีแต่ทำสีหน้ารำคาญใจเท่านั้น
“ร้องไห้ๆๆ เอาแต่ร้องไห้ ตอนนี้ร้องไห้ไปแล้วจะมีประโยชน์อะไร คนก็จากไปแล้ว ร้องไห้แล้วพวกเขาจะกลับมาหรือไร” ในที่สุดไป๋เสี่ยวเฟิงก็ทนไม่ไหว ตะคอกใส่หลิวซื่อ
หลิวซื่อชะงักงัน พลางเบิกตามองไป๋เสี่ยวเฟิงด้วยดวงตาที่มีแต่น้ำตา
ไป๋เสี่ยวเฟิงเห็นท่าทางนางเช่นนั้น ก็เกิดใจอ่อนขึ้นมา เขาเอ่ยเสียงทุ้มว่า “ท่านแม่ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาร้องไห้ พวกเราต้องหนทางเอาชีวิตรอดแล้ว”
“หาทางเอาชีวิตรอด?” หลิวซื่อไม่เข้าใจ
“ท่านแม่ ท่านยังไม่เข้าใจอีกหรือ ชีวิตของพวกเราอยู่ในกำมือของคนสกุลเผย ต่ำต้อยไม่ต่างอะไรกับต้นหญ้า ที่พวกเรายังมีชีวิตรอดจนถึงตอนนี้ได้ นั่นเป็นเพราะพวกเรายังมีประ ะโยชน์อยู่ ขอเพียงไป๋เจินจูแต่งกับท่านอ๋องอะไรนั้น พวกเราก็หมดประโยชน์โดยสิ้นเชิง จนถึงตอนนั้นแล้ว คนที่รู้เรื่องรู้ราวเ