้าเป่า ส่งสัญญาณให้เขาอย่าได้แตกตื่น ต้องใจเย็นเข้าไว้
เดิมทีไป๋ต้าเป่าก็ลนลานมากอยู่แล้ว บัดนี้เห็นหูเฟิงมีสีหน้าถมึงทึงอีก ก็พาให้นึกถึงความโหดเหี้ยมยามที่เขาหักแขนบิดา ในใจรู้สึกหวาดกลัวอย่างยิ่งยวด ร่างกายสั่นสะท้านรุนแรง งขึ้นเรื่อยๆ
หูเฟิงแค่นหัวเราะ “หากไม่อยากตายก็พูดความจริงกับข้า ไป๋จื่ออยู่ที่ใด”
เจ้าใหญ่ตะโกนเสียงดังโดยพลัน “เจ้าพูดมั่วอะไร พวกข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าไป๋จื่ออยู่ที่ใด ไม่ใช่ว่านางอยู่ที่หมู่บ้านหวงถัวหรอกหรือ เจ้าไปตามหานางที่หมู่บ้านหวงถัวสิ มา าทำอะไรที่นี่กัน”
“อย่าคิดว่าพวกเจ้าทำอะไรลงไปแล้วข้าจะไม่รู้ ไป๋จื่อขวางทางรวยของพวกเจ้า พวกเจ้าก็ต้องต้องการกำจัดนางโดยเร็ว เห็นแก่ตอนนี้ที่ข้ายังมีความอดทน ข้าจะถามเป็นครั้งสุดท้าย ไ ไป๋จื่ออยู่ที่ใด”
เจ้าใหญ่ย่อมไม่ยอมสารภาพ เขาเชิดหน้ากล่าวว่า “ข้าบอกว่าไม่รู้ เจ้านี่…”
ทว่าเจ้าใหญ่ยังพูดไม่จบ ก็เห็นแสงอันเย็นเยือกสว่างวาบขึ้นเบื้องหน้า ไหล่ข้างซ้ายรู้สึกเบาหวิว ก่อนที่แขนข้างหนึ่งจะตกลงสู่พื้น นิ้วมือยังขยับอยู่ ส่วนเลือดสดๆ สาดกระเ เซ็นออกมา พริบตานั้นเขาแม้กระทั่งไม่รู้สึกเจ็บ ครั้นความเจ็บปวดถาโถมเข้ามา เขาก็แทบจะสลบไปเลยทีเด