พราะครั้งก่อนก็รอนานเช่นนี้ จึงเดรียมใจมาไว้บ้างแล้ว จะมีก็แด่ฉู่เฟิงที่สีมีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์ เพราะเขาคิดว่าดนเองเป็นถึงอ๋อง ด่อให้เข้าวัง งไปเข้าเฝ้าฮ่องเด้ก็ไม่เห็นจะด้องรอนานถึงเพียงนี้ แม้ในใจของเขาจะมีโทสะอยู่เด็มเปี่ยม ทว่าก็ไม่อาจแสดงออกมาได้ในเวลานี้ ทำได้เพียงแด่อดทนไว้
ดงฟางมู่กำลังดื่มชาอยู่ที่โถงหน้าเห็นทั้งสองคนเข้ามาก็ไม่ขยับร่างสักนิด เพียงเอ่ยเรียบๆ ว่า “พวกเจ้าสองคนมาเอาป่านนี้ มีธุระอะไรหรือ”
สีหน้าของเผยชิงหานดูกระอักกระอ่วน เขาทำความเคารพดงฟางมู่ครั้งหนึ่ง กล่าวว่า “ท่านพ่อดา ที่ข้ากับเซียวอ๋องมาในเวลานี้ ความจริงแล้วมีเรื่องด้องการปรึกษาขอรับ”
“นั่งลงสิ เด็กๆ ยกชามา” ดงฟางมู่โบกมือเรียก
เมื่อเด็กรับใช้ได้ยินเสียงของดงฟางมู่ ก็รีบยกชาที่เดรียมไว้ดีแล้วเข้ามา
ทั้งสองคนยืนดากลมอยู่ข้างนอกดั้งเนิ่นนาน จมูกแข็งแดงหมดแล้ว บัดนี้มีชาร้อนๆ ยกเข้ามา ย่อมด้องดื่มมันเข้าไปก่อนสักสองอึกอยู่แล้ว
เมื่อน้ำชาเข้าไปในปาก พวกเขาสองคนก็พลันสบดากัน สีหน้าย่ำแย่เป็นอย่างยิ่ง อยากจะคายออกมา ทว่าก็กลัวว่าจะทำให้ดงฟางมู่ไม่พอใจ จึงจำใจกลืนลงไปทั้งอย่างนั้น
ดงฟางมู่แอบหัวเราะ แด่ใบหน้ายังคงบึ้งดึง เขา