องเซียงอี๋เหนียงเป็นการขอความช่วยเหลือ
เซียงอี๋เหนียงก็แปลกใจเช่นกัน สตรีนางนี้คิดถึงบุตรีจนแทบบ้า เหตุใตตอนนี้บุตรียืนอยู่ตรงหน้าตนกลับไม่มีป ปฏิกิริยาอะไรแม้สักนิด แล้วยังพูดว่าช่างกล้าหรือนี่
นางเดินไปข้างหน้าสองสามก้าว กล่าวกับตงฟางหว่านเอ๋อร์ว่า “ฮูหยิน นางคือคุณหนูใหญ่ที่นายท่านเพิ่งพบตัว เลื อดเนื้อเชื้อไขของท่าน”
ตงฟางหว่านเอ๋อร์ส่ายหน้า “นางไม่ใช่บุตรีของข้า หากนางเป็นบุตรีของข้าจริง เหตุใดถึงคลุกคลีกับศัตรูของข้าเล ล่า”
ศะ ศัตรู?
ไป๋เจินจูพลันโง่งม ใครเป็นศัตรูของนางกัน เซียงอี๋เหนียงหรือ
ทว่าเหตุใดนางถึงไม่รู้!
เซียงอี๋เหนียงยิ้มขื่น “พี่หญิงช่างพูดล้อเล่นเสียจริง ไหนเลยที่นี่จะมีศัตรูของท่าน อย่าได้พูดเช่นนั้นเลย เจ้าค่ะ ใครได้ยินเข้าจะมีแต่หัวเราะเยาะเอา”
ตงฟางหว่านเอ๋อร์แค่นหัวเราะ สายตาที่มองเซียงอี๋เหนียงมีแต่จะเย็นชาขึ้น ราวกับมีมีดกรีดใบหน้าของเซียงอี๋เห หนียงครั้งแล้วครั้งเล่า จนเลือดและเนื้อปนกันเลอะเลือน เนื้อแท้เผยออกมาให้เห็น
“วันนี้เป็นวันที่ข้าตงฟางหว่านเอ๋อร์มีความสุขมาก จึงจะไม่คิดบัญชีกับเจ้าชั่วคราว แต่เจ้าจงจำไว้ ข้าตงฟางหว่าน เอ๋อร์เคยเสียเปรียบให้เจ้า เคยได้รับความ