แล้ว
โชคดีที่เมื่อครู่นางไม่ได้ปากมาก ไม่เช่นนั้นหากเซียงอี๋เหนียงรู้เข้า นางคงจะต้องลำบากเป็นแน่
ไป๋เจินจูออกมาจากจวนโหว มุ่งหน้าไปยังเรือนรับรองอย่างเร็วนี่
นี่เป็นครั้งแรกที่นางออกมาจากในจวนเพียงลำพัง ทว่าตอนนี้นางไม่มีกะใจชื่นชมความคึกคักและรุ่งเรืองของเมืองหลวงเอาเสียเลย
“โอ้…นี่ไม่ใช่คุณหนูใหญ่หรอกหรือ ไยคุณหนูใหญ่ถึงมีเวลามาพบคนต่ำต้อยเช่นพวกข้าเล่า” หลิวซื่อเห็นมองไป๋เจินจูที่แต่งกายงดงามทั้งตัว เห็นแล้วเข็ดฟันจนแทบจะร่วงลงมา
ไป๋เจินจูกล่าวกับสาวใช้ที่อยู่เบื้องหลัง “พวกเจ้าคอยข้าอยู่ที่ลานบาน ข้ากับแม่เลี้ยงมีธุระจะพูดกัน”
หลิวซื่อเห็นสีหน้านางแปลกไป จึงไม่ได้พูดอะไรมากอีก เพียงตามนางเข้าไปในเรือน
“เป็นอะไรไป ชีวิตของคุณหนูใหญ่ไม่สุขสบายหรือ เหตุใดมีสีหน้าอมทุกข์ปานนี้” เมื่อเข้าไปในเรือนแล้ว หลิวซื่อก็อดค่อนแคะไม่ได้
ไป๋เจินจูนั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนจะพูดกับหลิวซื่อว่า “ไป๋จื่อมาที่นี่แล้ว”
หลิวซื่อพลันชะงักงัน “เจ้าพูดว่าอะไรนะ”
ไป๋เจินจูเงยหน้าขึ้นมองหลิวซื่อ พูดย้ำชัดทีละคำ “ไป๋จื่อมาที่เมืองหลวงแล้ว ตอนนี้อยู่ที่เรือนคฤหาสน์สกุลตงฟาง”
“แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไร พวกเจ้าพบนางแล้วหรือ”