ขายืนพูดจาอยู่เช่นนั้น”
“ท่าทางไม่ธรรมดาจริงๆ นั่นแหละ” หลิวซื่อพยักหน้า
“วันนี้ข้าไม่ได้มาเพื่อพูดจาไร้สาระกับท่าน แค่มาเพื่อปรึกษาแผนการกับท่านต่างหาก หากเรื่องของไป๋จื่อเปิดเผยออกมาแล้ว ไม่เพียงข้าที่จะถูกเตะออกจากจวน พวกท่านเองก็เช่นกัน ถ้ายังอยากอยู่ที่นี่ต่อ มีอาหารเครื่องดื่มเลิศรส มีคนคอยรับใช้ เช่นนั้นก็ต้องทำอะไรสักอย่าง จัดการเรื่องนี้ให้ข้าที” ไป๋เจินจูเอ่ย
หลิวซื่อมุ่นคิ้ว “จัดการ? จัดการอย่างไร เจ้าพูดน่ะง่าย คิดว่าแค่ริมฝีปากบนและล่างกระทบกันแล้วก็สิ้นเรื่องรึ”
ไป๋เจินจูรู้ว่านางกำลังจะขอเงิน จึงนำสิ่งของที่นำติดตัวมาด้วยออกมา เป็นเงินตำลึงสองก้อน ปิ่นปักผมทองสองชิ้น และกำไลหยกอีกคู้หนึ่ง
“ตอนนี้ข้านำมาได้เท่านี้ แต่หากเสร็จเรื่องแล้ว ต่อไปจะต้องมีผลประโยชน์ในส่วนของพวกท่านไม่น้อยแน่” ไป๋เจินจูดันข้าวของไปตรงหน้าของหลิวซื่อ
หลิวซื่อมองตรงไปข้างหน้า สีหน้าปีติยิ่งนัก ก่อนจะรีบสวมกำไลหยกไว้บนมือตนเอง จากนั้นก็ปักปิ่นทองไว้ที่มวยผม ทั้งยังถามไป๋เจินจูด้วยว่างามหรือไม่
ไป๋เจินจูไหนเลยจะมีอารมณ์ชมว่านางงามหรือไม่ เพียงทำหน้าเคร่งกล่าวว่า “ท่านป้า ไม่ว่าพวกท่านจะใช้วิธีการอะไร