จะต้องทำให้ไป๋จื่อหายไปให้ได้ หายไปตลอดกาล”
ตอนนี้หลิวซื่อเห็นเพียงเงินทองในสายตา จึงไม่ได้คิดเรื่องอื่นเท่าไรนัก นางตอบอย่างขอไปทีว่า “ได้สิ เรื่องนี้ไว้ใจข้าได้เลย แต่พวกเราต้องตกลงกันไว้ก่อนนะ ว่าของเหล่านี้เป็นแค่เงินมัดจำเท่านั้น เมื่อเสร็จงานแล้วเจ้าอย่าได้ลืมผลประโยชน์ของพวกข้าเสียละ”
ไป๋เจินจูรับปาก ไม่อยากมองใบหน้าหิวเงินของนางอีก จึงลุกขึ้นจากไป
เมื่อไป๋เจินจูไปแล้ว เจ้าใหญ่และบุตรชายสองคนก็รีบเข้ามา ฝ่ายเจ้าใหญ่ถามว่า “ว่าอย่างไรบ้าง”
คราวนี้หลิวซื่อถึงจะตื่นจากภวังค์ เล่าเรื่องที่ไป๋เจินจูฝากฝังรอบหนึ่ง
“แล้วคฤหาสน์สกุลตงฟางอยู่ที่ใดเล่า” เจ้าใหญ่ถาม
ทว่าหลิวซื่อกลับส่ายหน้า “ไม่ได้ถาม ไม่รู้เหมือนกัน”
“แล้วนายใหญ่ตงฟางเป็นใคร”
“ไม่รู้…”
“นี่เจ้ารู้อะไรบ้าง แล้วจะจัดการอย่างไรเล่า”
หลิวซื่อส่ายหน้าต่อ “ไม่รู้…”
เจ้าใหญ่ยื่นมือไปดึงปิ่นทองบนศีรษะนางออก แล้วยัดก้อนเงินตำลึงบนโต๊ะใส่ในอกเสื้อ จากนั้นก็ชี้ไปยังกำไลหยกบนมือนาง “เอามา”
หลิวซื่อส่ายหน้าอีก รีบซ่อนมือไว้ด้านหลัง “ไม่ได้ๆ เหลือสิ่งนี้ไว้ให้ข้าเถอะ”
เจ้าใหญ่เข้าไปแย่งเสียเลย ชุลมุนอยู่ไม่นานก็ได้กำไลหยกมาไว้ในมือ ก่อนจะถือ