ืองก่อนหน้านี้เป็นเพราะพวกเขายังไม่ได้พบเผยเซี่ยเหยียน เช่นนนั้นไยตอนนี้นางอยู่ ตรงหน้าแล้ว แต่พวกเขากลับยังคงเย็นชาเช่นนี้ เป็นเพราะเหตุใดกัน
อย่างไรเสียเผยชิงหานก็วางแผนไว้นานมากแล้ว เขาทบทวนเรื่องนี้อยู่ในหัวสมองแล้วหลายหน บทพูดใด ล้วนท่องจำจนขึ้นใจ ทว่าเมื่อตงฟางมู่ถามขึ้นมาเช่นนี้ แม้เขาจะประหลาดใจ แต่กลับไม่ได้ถอดใจเร็วนัก
“ท่านพ่อตา นางคือเซี่ยเหยียนจริงๆ ขอรับ ข้ายืนยันได้”
“เจ้ายืนยันได้เช่นไร ลองบอกให้ข้าฟังหน่อยสิ!” ตงฟางหว่านมู่ยกชาขึ้นดื่ม รอยยิ้มเยาะเจือจางปรากฏอ อยู่บนใบหน้า ราวกับกำลังนั่งฟังละครอยู่ในโรงน้ำชาอย่างเป็นสุขอย่างไรอย่างนั้น
“คืออย่างนี้ขอรับ หลังจากข้าได้ข่าว ข้าก็เสาะหานางอยู่ตลอด ใช้เวลาไปหลายเดือนทีเดียว จนในที่สุด ก็พบคนที่รับเลี้ยงนางในปีนั้นพานางไปที่ตะวันตกเฉียงเหนือ ข้านำคนไปที่นั่น เมื่อพบคนผู้นั้นแล ล้ว เขากลับบอกว่าตนทิ้งนางไว้ในป่า ข้าลองถามหาที่หมู่บ้านบริเวณป่าผืนนั้นอีกครั้ง คิดไม่ถึงเลย ยว่าจะพบนางเข้าจริงๆ” เผยชิงหานเล่า
“เช่นนั้นไยเจ้าถึงแน่ใจว่านางเป็นเด็กหญิงในตอนนั้น ข้าว่านางหน้าไม่เห็นเหมือนเสียหน่อย” ตงฟางมู่ ถามอีก
เผยชิงหานยิ้มเจื่อ