พวกสกุลตงฟางเหลือสายเลือดอยู่ไม่เท่าไร ย่อมต้องให้ความสำคัญอยู่แล้ว”
เมื่อนึกถึงท่าทางอ่อนแอของตงฟางหว่านเอ๋อร์ เผยชิงหานก็ขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกกระวนกระวายใจ โดยที่ไม่รู้ว่าความรู้สึกเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร
บัดนี้มีข้ารับใช้มารายงาน “นายท่าน มาแล้วขอรับ ขบวนรถของสกุลตงฟางมาถึงแล้ว”
เผยชิงหานพลันเบิกตาโพลง รีบลงจากรถม้าอย่างว่องไว ไปยืนบริเวณที่เด่นชัดที่สุดบนกำแพงเมือง พลางมองไปยังหัวขบวนรถม้าที่กำลังเคลื่อนมาแต่ไกล
ตงฟางมู่ขี่ม้านำอยู่หน้าขบวนด้วยความเร็วอย่างยิ่งยวด และเขาเองก็เห็นเผยชิงหานเป็นอันดับแรกเช่นกัน
เขาพลันแค่นหัวเราะ “เหอะ มารับด้วยตนเองเลยหรือนี่”
จากนั้นเขาก็ทำเป็นไม่เห็นเผยชิงหาน เพียงห้อม้าตรงเข้าไป ครั้นถึงเบื้องหน้าของอีกฝ่าย เขาพลันฟาดแส้ม้า ทำให้ม้ายกสองข้าหน้าขึ้นและร้องเสียงดัง กีบม้าเสริมเหล็กเตะเข้าที่พวงแก้มของเผยชิงหานดัง ‘ปัก’ ก่อนที่จะล้มลงไปบนพื้น
ข้ารับใช้เข้ามาประคองเผยชิงหานลุกขึ้น ก่อนที่เขาจะถ่มเลือดและฟันซี่ใหญ่ออกมาอีกสอง บัดนี้เจ็บจนพูดไม่ออกแล้ว
ตงฟางมู่ร้อง ‘โอ๊ย’ เสียงหนึ่ง “นี่ไม่ใช่บุตรเขยของสกุลตงฟางหรือนี่ เมื่อครู่เห็นคนผู้หนึ่งยืนอยู่ไกลลิ