างมู่ก็อดรนทนไม่ไหวอีก เขาอดกลั้นมานานแล้ว น้ำตาหลั่งไหลออกมาดุจสายน้ำ เขาร่ำไห้ให้กับความลำบากที่เด็กคนนี้ได้รับมาหลายปี และชีวิตที่น่าเวทนาของบุตรีตน ส่วนตัวการก่อเรื่องทุกอย่างนี้ยังคงลอยหน้าลอยตาเป็นถึงโหว ตอนนี้ยังนำลูกตัวปลอมกลับมาอีก ข้าอยากเห็นจริงๆ ว่าคนแซ่เคยคู้นี้จะหนีความจริงไปได้อีกนานเท่าไร!
ไป๋จื่อไม่รู้ว่าควรปลอบใจชายชราที่บัดนี้มีน้ำตานองหน้าเช่นไร นางไม่มีประสบการณ์ในด้านนี้ และไม่รู้ว่าเวลานี้นางควรพูดอะไร หรือควรทำอะไรบ้าง
ครั้นตงฟางมู่ระงับอารมณ์ได้แล้ว ไป๋จื่อถึงจะกล่าวว่า “ข้าอยากรู้เจ้าค่ะ ว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นในปีนั้น เหตุใดข้าถึงถูกทิ้งไว้ในเขาที่ห่างไกลจากเมืองหลวงถึงพันลี้เช่นนั้น”
“ตอนนั้นข้าไม่สามารถเข้าไปที่เมืองหลวงได้ ตอนที่เกิดเรื่องนี้ขึ้น ข้าไม่อยู่ หว่านเอ๋อร์ก็ล้มป่วย เมื่อข้ากลับมาถึง เคยชิงหานบอกข้าว่าฝังลูกไปแล้ว ต่อมาข้าบอกกับเขาว่าต้องการพู่หยก เขาก็บอกว่าฝังพู่หยกไปพร้อมกับลูกแล้วเช่นกัน ตอนนั้นข้าไม่คาดคิดว่าเขาจะเป็นคนเช่นนี้ ถึงได้ไม่สืบสาวราวเรื่องอะไร” ตงฟางมู่เล่า
“หมายความว่าคนที่ทำร้ายฮูหยินและทอดทิ้งข้า ก็คือเคยชิงหานคู้นั้น