ะระหว่างที่กำลังตกใจกลัวและผิดหวังอยู่นั้น นางก็เห็นชีวิตของนางเองก็ค่อยๆ เสื่อมสลายลงทีละเล็ก ทีละน้อย
“ไม่ ไม่นะ อย่า…” นางตื่นขึ้น ดวงตาเบิกโพลงพลางหอบหายใจ เหงื่อกาฬท่วมบริเวณหน้าผาก
ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังมาจากข้างนอก ท่าทางรีบร้อนมาทีเดียว นางจึงลนลานลงจากเตียง ลืมสวมแม้กระทั่งรองเท้าด้วยซ้ำ
ชุ่ยเอ๋อร์เป็นฝ่ายเคาะประตู บัดนี้นางหน้าซีดเผือด ขอบตาแดงก่ำ ครั้นเห็นหน้าไป๋จื่อแล้ว นางก็ปรี่เข้ามาจับข้อมือทันที “เร็วเข้า ฮูหยินไม่ไหวแล้ว รีบไปตรวจให้นางที”
ฮูหยินไม่ไหวแล้ว?
ห้าพยางค์นี้เหมือนกับสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อมของไป๋จื่อ นางฟังคำพูดหลังจากนั้นของชุ่ยเอ๋อร์ไม่รู้เรื่องแล้ว เพียงดันร่างของชุ่ยเอ๋อร์ออกไปจนพ้นทาง แล้วสาวเท้าวิ่งออกจากห้องไป มุ่งหน้าไปยังลานบ้านของตงฟางหว่านเอ๋อร์ทันที
ลานบ้านของนางติดกับลานบ้านของตงฟางหว่านเอ๋อร์ จากตรงนี้ห่างกันเพียงทางเดินหินกั้นเท่านั้น นางสวมแค่เสื้อนอนตัวบาง บัดนี้เท้าเปลือยเปล่าเหยียบย่างอยู่บนก้อนหิน ทว่านางไม่รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่ฝ่าเท้าเลย ในใจของนางมีเพียงความคิดเดียวเท่านั้น เร็วกว่านี้ ต้องเร็วกว่านี้อีก ตงฟางหว่านเอ๋อร์จะต