ทั้งตัว
ชุ่ยเอ๋อร์นำผ้าคลุมของฮูหยินมาพาดลงบนร่างของนางทันที
ตงฟางมู่ขมวดคิ้วเป็นปม “ไยเจ้าถึงนำเสื้อผ้าของฮูหยินมาให้เขาเล่า เขาเป็นบุรุษ สวมเสื้อผ้าของสตรีได้อย่างไรกัน”
ชุ่ยเอ๋อร์เม้มปากยิ้ม ไม่ได้พูดอะไร
“นายใหญ่ ข้ากลับห้องก่อนนะขอรับ” ไป๋จื่อเอ่ย
ตงฟางมู่มองเงาหลังของไป๋จื่อออกไป พลางพร่ำบ่นเสียงเบา “เหตุใดเขาสวมเสื้อผ้าของสตรีแล้วถึงได้เหมือนสตรีเช่นนี้”
คราวนี้ชุ่ยเอ๋อร์ถึงได้พูดขึ้นว่า “นายใหญ่ หมอไป๋เป็นแม่นางคนหนึ่งเจ้าค่ะ เมื่อครู่ข้าเห็นหมดแล้ว”
ครั้นได้ยินดังนั้น ตงฟางมู่ก็ตะลึงลาน หันกลับไปมองชุ่ยเอ๋อร์ทันควัน “จริงหรือ”
ชุ่ยเอ๋อร์พยักหน้า “จริงแท้แน่นอนเจ้าค่ะ ข้าเห็นทุกอย่างชัดเจน นางเป็นแม่นาง ไม่ใช่เด็กหนุ่มเจ้าค่ะ”
นางเป็นแม่นาง ไม่ใช่เด็กหนุ่ม บัดนี้อายุสิบสาม มีดวงตาคู่หนึ่งที่เหมือนกับสกุลตงฟางของพวกเขาอย่างกับแกะ…
ชุ่ยเอ๋อร์กล่าวอีกว่า “นายใหญ่ หมอไป๋ดูเป็นห่วงฮูหยินมาก เมื่อได้ยินว่าอาการของฮูหยินไม่ดี นางก็วิ่งมาที่นี่ทันที ลืมแม้กระทั่งจะสวมรองเท้า ร้อนใจจนมือสั่นด้วยซ้ำ ข้าเห็นกับตาเจ้าค่ะ”
แววตาของตงฟางมู่ปรากฏความตื้นตัน ในใจเกิดความคิดหนึ่งที่ทั้งบ้าบิ่นและ