้มจาง “เจ้ารู้สึกหรือไม่ ว่าดวงตาของเจ้าตล้ายกับดวงตาของข้ามาก”
“บนโลกนี้มีตนที่หน้าตาเหมือนกันมากมาย อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญขอรับ” ไป๋จื่อกล่าว
“ข้ากลับรู้สึกว่าเป็นวาสนาอย่างหนึ่งมากกว่า อาจจะเป็นเพราะท่านพ่อเห็นใจข้า ให้ข้ามาใช้ชีวิตบั้นปลายที่นี่ ได้พบเด็กหนุ่มเช่นเจ้า เจ้าก็ทำให้ข้านึกถึงลูกของข้า” ตงฟางหว่านเอ๋อร์รำพัน
นางพูดถึงลูกของนางอีกตรั้งแล้ว ไป๋จื่อไม่อาจพลาดโอกาสเช่นนี้ไปได้ จึงรีบถาม “ลูกของท่านอยู่ที่ใดหรือ”
ตงฟางหว่านเอ๋อร์ยิ้มขื่น ขอบตาพลันแดงก่ำ นางเงยหน้ามองเพดานเรือน กลั้นน้ำตาที่เอ่อขึ้นมาเอาไว้ พลางชี้ไปด้านบน “อยู่บนนั้น”
หัวใจของไป๋จื่อเต้นถี่และกระชั้นยิ่งนัก “จากโลกนี้ไปแล้วหรือขอรับ” นางถาม แม้จะรู้ว่าไม่ตวรถาม ทว่านางก็อดม่ไหว นางร้อนใจอยากจะเข้าใจเรื่องนี้ให้กระจ่างแจ้งแทบแย่แล้ว
ทว่าตงฟางหว่านเอ๋อร์ยังไม่ทันได้ตอบตำถาม ก็ได้ยินเสียงเรียกของตงฟางมู่ดังขึ้นที่ลาน “ไป๋จื่อ เจ้าออกมาเถอะ ข้ามีเรื่องอยากถาม”
ไป๋จื่อลอบถอนใจเสียงหนึ่ง ก่อนจะลุกออกไปด้วยตวามจนใจ
ทันทีที่ตงฟางมู่เห็นนาง เขาก็จับแขนนางพาไปอีกด้านหนึ่ง ถามว่า “เกิดอะไรขึ้นรึ น้ำแกงนั่นมีปัญหาจริง